สุขภาพ

วิธีการดูแลเข่าที่ถูกวิธี

พระเจ้าให้ร่างกายเรามา ดังนั้นเราควรดูแลร่างกายของเราให้เป็นอย่างดี นี่คือคำสอนที่หลายๆคนคงเคยได้ยินมา เช่นกันอวัยวะทุกส่วนในร่างกายของเรานั้นล้วนแล้วแต่สำคัญหมด ซึ่งแต่ละจุดแต่ละอวัยวะก็จะทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นของหัวเข่าหรือข้อเข่า ที่ต้องรับน้ำหนักตัวของเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการเดิน นั่ง หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน

ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อหัวเข่าได้เสมอ เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งยอง หรือออกกำลังกาย เล่นกีฬา ลื่นหกล้ม ล้วนแต่ส่งผลถึงหัวเข่าและข้อเข่าทั้งนั้น และอาจทำให้เกิดปัญหาได้ ซึ่งถ้าไม่รักษาหรือดูแลให้ดี อาจนำไปสู่อาการข้อเข่าเสื่อม และอาการปวดเข่าได้ ดังนั้นการสังเกตอาการของหัวเข่าว่าเมื่อใดควรที่จะไปพบแพทย์นั้น เราจะต้องทำการรู้จักหัวเข่าของเราให้ดีก่อนว่า หัวเข่าเรานั้น ประกอบด้วยกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และลูกสะบ้า นอกจากนี้ยังมีกระดูกอ่อนและน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า ที่ทำหน้าที่รองรับการเคลื่อนไหวของเข่า รวมไปถึงเอ็นรอบๆหัวเข่า

และเอ็นไขว้หน้า ไขว้หลังที่อยู่ด้านใน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงของเข่า และหมอนรองกระดูกที่ช่วยทำหน้าที่รองรับกระแทกหัวเข่า และดูดซับและกระจายแรงน้ำหนักตัว ดังนั้นการดูแลหัวเข่าหรือข้อเข่า จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่งด้วยการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และหากใครมีน้ำหนักมากควรจะต้องลดน้ำหนักตัว หลีกเลี่ยงท่าที่เสี่ยงอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นนั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ นอกจากนี้ควรสร้างกล้ามเนื้อด้วยการฝึกบริหารในส่วนของกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพก ซึ่งจะมีท่าหลักๆ อยู่สามท่าด้วยกันคือ

ท่าแรก ท่าเหยียดขาตรง โดยนั่งบนเก้าอี้หลังตรง ยกขาทั้งสองข้างขึ้นและเหยียดตรง เข่าไม่งอ ค้างไว้และนับหนึ่งถึงสิบ ทำวันละสามครั้ง ซึ่งจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อต้นขาได้เป็นอย่างดี

ท่าสอง คือท่าสควอช กางขาสองข้างระดับหัวไหล่ และยกแขนเหยียดไปข้างหน้าเพื่อให้ตัวสมดุล หลังตรงและเกร็งหน้าท้อง จากนั้นให้หย่อนก้นและย่อเข่าลงมา พยายามไม่ให้หัวเข่าเกินปลายเท้า โดยย่อเข่าลงมาสักเก้าสิบองศา แต่ถ้าหากใครที่มีปัญหาปวดเข่าอยู่แล้ว แนะนำให้ย่อเข่าลงเพียงแค่สี่สิบห้าองศาเท่านั้น โดยทำท่านี้สิบครั้งต่อเซต วันละสามครั้ง

ท่าสุดท้ายจะเป็นท่าบริหารโดยการย่อเข่า เพื่อบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก คล้ายท่าสควอช แต่ต่างกันตรงที่ให้ก้าวเท้ามาข้างหน้าและย่อเข่าสลับกัน ทำสิบครั้งต่อเซต วันละสามครั้ง

ซึ่งทั้งหมดนี้หากทำเป็นประจำก็จะช่วยให้เข่าของคุณแข็งแรง

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

สุขภาพ

ผักชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรกินดิบ

               เชื่อว่าคนที่รักสุขภาพจะชอบเน้นกินอาหารที่เป็นผักและผลไม้มากกว่าที่จะเน้นการกินอาหารประเภทแป้งซึ่งแน่นอนว่าผักบางชนิดนั้นสามารถกินได้ทั้งแบบดิบและนำไปปรุงสุกแต่ผักบางชนิดนั้นไม่สามารถที่จะกินแบบดิบได้ควรจะต้องกินแบบปรุงสุกเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามแต่มีผักบางชนิดที่เมื่อเรารับประทานดิบแล้วสามารถกินได้แต่ไม่สมควรที่จะกินมากจนเกินไปเพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อร่างกายนั่นเองดังนั้นเรามาดูกันว่ามีผักชนิดไหนบ้างที่เราไม่ควรกินแบบดิบดิบ

        ถั่วงอก  เชื่อว่าหลายคนย่อมรู้จักถั่วงอกกันเป็นอย่างดีและคนส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมกินถั่วงอกดิบโดยเฉพาะกินเป็นเครื่องเคียงที่คู่กับขนมจีนน้ำยาด้วยถั่วงอกนั้นมีสารอาหารมากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นวิตามิน  , เลซิตินรวมถึงธาตุเหล็กและโปรตีน  ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายเมื่อมีการทานเข้าไปแต่การทานเพื่อให้ได้สารอาหารเหล่านี้จะต้องมีการทำให้สุกแล้วเท่านั้นในขณะเดียวกันก็เข้าไปแทนที่จะได้สารอาหารเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะมีสารอาหารบางตัวจะส่งผลให้ไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารในร่างกายดังนั้นถั่วงอกจึงนับเป็นผักที่ไม่ควรทานดิบนั้นเอง

       นอกจากถั่วงอกแล้วยังมีผักอีกหลายชนิดที่ไม่ควรทานดิบเช่น กะหล่ำ  ซึ่งผักชนิดนี้เมื่อมีการถูกนำมาปรุงสุกจะให้สารอาหารในร่างกายค่อนข้างมากเช่นเดียวกันแต่เมื่อใดก็ตามที่เราทานแบบดิบเข้าไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายเนื่องจากว่าจะทำให้มีอาการท้องอืดได้รวมถึงอาหารไม่ย่อยและยังส่งผลให้เป็นโรคได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นโรคคอพอกหรือแม้แต่การทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติตามและอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรกินเช่นเดียวกันในเรื่องของการกินดิบนั่นก็คือถั่วฝักยาว  สำหรับถั่วฝักยาวนั้นจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นิยมทานดิบมาก

               ซึ่งสามารถนำเป็นเครื่องเคียงในการกินกับลาบก็ได้รวมถึงกินคู่กับขนมจีนน้ำยาก็ได้แต่การกินถั่วฝักยาวที่ดีควรจะกินแบบในการปรุงสุกดีกว่าเพราะหากกินดิบมากจนเกินไปแน่นอนว่าผลกระทบที่ตามมาก็จะมีผลต่อร่างกายเช่นเดียวกันในถั่วฝักยาวจะมีพวกใยอาหารและวิตามินแร่ธาตุค่อนข้างสูงแต่ในขณะเดียวกันถ้าหากเรากินดิบในถั่วฝักยาวจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมอยู่ด้วยซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลต่อกระบวนการการย่อยของลำไส้ดังนั้นอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการเป็นโรคท้องอืดก็เป็นไปได้

                หากมีการกินถั่วฝักยาวดิบนี้เป็นปริมาณมากและผักที่ไม่ควรกินดิบเพราะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผักชนิดอื่นๆเลยก็คือหน่อไม้รวมถึงมันสำปะหลังเนื่องจากว่าถ้าหากมีการปรุงสุกแล้วแน่นอนว่าคุณจะได้รับสารอาหารจากผักเหล่านี้แต่หากกินปลาดิบอาการที่พบจะทำให้มีอาการอ่อนเพลียอาเจียนมึนงงรวมถึงหมดสติได้ซึ่งถ้ากินมันสำปะหลังดิบในปริมาณมากคุณอาจจะตายได้เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

สุขภาพ

ปัญหาประจำเดือนไม่มา มีผลเสียอย่างไร 

       สำหรับผู้หญิงเราแล้ว  สิ่งที่สามารถแยกจากการเป็นเพศชายได้นั่นก็คือการที่ผู้หญิงนั้นต้องมีประจำเดือน  เจอประจำเดือนนั้นจะมีตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปหรือถ้าหากว่าเด็กคนไหนมีการเจริญเติบโตที่เร็วก็อาจจะมีประจำเดือนเร็วกว่า 12 ปีก็ได้และเมื่อมีอายุประมาณ 48 ปีขึ้นไปก็จะเริ่มหมดประจำเดือนอย่างไรก็ตามในช่วงที่เป็นวัยที่ยังมีประจำเดือนอยู่นั้น

นับแต่ว่าประจำเดือนนั้นมีความสำคัญต่อร่างกายเพราะจะเป็นการขับเลือดตรงบริเวณมดลูกออกมาซึ่งเลือดดังกล่าวนั้นเป็นเลือดที่ คงหมดลูกซึ่งเกิดจากไข่ที่ตกหากไม่ได้รับการผสมพันธ์เชื้ออสุจิก็จะกลายเป็นเลือดที่ต้องไหลออกมาออกจากร่างกายเป็นประจำทุกเดือน

        โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะมีประจำเดือนอยู่ที่ประมาณ 3-7 วันแต่บางครั้งก็จะมีคนที่มีอาการผิดปกติซึ่งบางคนนั้นอาจจะทำให้ไม่มีประจำเดือนมาเลย  ส่วนมากคนที่ไม่มีประจำเดือนนั้นมักจะมีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอรวมถึงเป็นบุคคลที่ค่อนข้างอ้วนเรามาดูกันว่าถ้าหากว่ายังอยู่ในวัยของการมีประจำเดือนแต่ประจำเดือนเกิดไม่มาจะมีผลเสียมีปัญหาอะไรกับร่างกายของเราหรือไม่

         ปัญหาที่จะตามมาหากว่ายังอยู่ในวัยที่ยังจำเป็นต้องมีประจำเดือนอยู่แต่ประจำเดือนกลับไม่มี  สิ่งที่เป็นปัญหาเลยก็คือจะทำให้บริเวณมดลูกเรานั้นมีผนังมดลูกที่หนาขึ้นซึ่งสิ่งที่ตามมานั่นคือจะทำให้เกิดความเสี่ยงมากที่อาจจะทำให้เราเป็นโรคมะเร็งได้หรือบางครั้งเมื่อบริเวณเยื่อบุตรงผนังมดลูกตรงนั้นหลุดลอกก็อาจจะทำให้มีประจำเดือนมาเยอะมากเป็นพิเศษอาจจะกล่าวได้ว่ามีเลือดออกตรงบริเวณช่องคลอดเยอะมากจนผิดปกตินั่นเอง

        แน่นอนว่าไม่ได้เกิดแค่เฉพาะปัญหาเรื่องนี้เรื่องเดียวกันเท่านั้นแต่ยังมีปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่อยากจะมีลูกก็ไม่สามารถมีลูกได้เพราะไม่มีประจำเดือนนั่นเองอีกทั้งยังจะมีผลเสียต่อเรื่องของอาการเจ็บป่วยตามร่างกายเพราะการที่ไม่มีประจำเดือนนั้นเรียกว่าร่างกายกำลังมีอาการผิดปกติอย่างมากและที่สำคัญจะส่งผลไปยังปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของกระดูกพรุนหรือแม้แต่ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของมวลกระดูกลดน้อยลงเนื่องจากว่าเมื่อไม่มีประจำเดือนก็ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นมีน้อยลงเช่นเดียวกันซึ่งฮอร์โมนนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะไปทำงานที่ไตและเป็นการดูดซึมแคลเซียมรวมถึงฮอร์โมนนี้ยังช่วยไปเกี่ยวกับเรื่องของการเสริมสร้างกระดูกอีกด้วยดังนั้นปัญหาที่ตามมาจากการที่ประจำเดือนไม่มานั้นจึงนับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่

         และไม่เกิดปัญหาขึ้นก็ควรจะต้องรีบหาทางแก้ไขเพื่อให้สุขภาพร่างกายกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิมรวมถึงลดความเสี่ยงต่อการที่อาจจะเกิดโรคได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

สุขภาพ

ผลของการที่เรานอนในขณะที่ผมเปียก

สาวๆคนไหนที่มีพฤติกรรมในการที่ชอบนอนในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ควรที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ทิ้งลงซะน่าจะเพียงพอกับการที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงของการที่จะเป็นอยากแน่นอนดังนั้นใครที่ชื่นชอบโดยที่ไม่เป่าผมให้แห้งสนิทก่อนในเวลาตอนกลางคืนควรที่จะเปลี่ยนนิสัยใหม่เพื่อที่จะไม่เสี่ยงต่อการที่จะเป็นโรคดังต่อไปนี้

      ผมแห้งคันและมีโอกาสที่จะติดเชื้อ ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่นั้นแต่ว่าผมของเรายังเปียกอยู่หรือชื้นอาจจะทำให้หนังศีรษะของเราเกิดความอักเสบและทำให้เกิดอาการคันที่บนหนังศีรษะของเราได้และถ้าถามว่าอาการที่เราเก่ามากๆอาการคันนั้นก็เสี่ยงจะทำให้เราติดเชื้อแล้วทำให้หนังศีรษะของเราเกิดเป็นแผลรอยถลอกได้ดังนั้นในขณะที่เราสระผมตอนนี้เราควรที่จะเอาขอให้แห้งทุกครั้ง

       เป็นรังแคการนอนในขณะที่เราปล่อยผมอ่านเราให้มีความเปียกชื้นอยู่และเราทำอย่างนี้อยู่เป็นบ่อยๆสิ่งที่จะตามมานั้นก็คือปัญหาที่เกี่ยวกับรังแคเพราะเกิดจากความที่เราปล่อยผมของเราให้เปลี่ยนชีวิตอยู่ตลอดเวลานั่นเองเพราะว่าผมที่เปียกผิวนั้นไปกระตุ้นต่อมไขมันบนหนังศีรษะจึงทำให้ ผมของเราเกิดการผลิตน้ำมันที่มากและทำลายความสมดุลของหนังศีรษะของเรา  และหลังจากนั้นก็จะกลายเป็นเชื้อราค่าปกติของการที่จะเป็นเชื้อรานั้นคือการที่เราปล่อยผมของเราแห้งเปียกโดยที่ไม่เป่าให้แห้งและสะสมอยู่ในบนหนังศีรษะของเราเป็นเวลานานจึงทำให้เพลินเชื้อราได้และเชื้อรานี้จะเจริญเติบโต อย่างเร็ว แล้วก็กลายเป็นรังแคบนหนังศีรษะของเรา

        ผมร่วง ปกติแล้วเราจะไม่แนะนำให้สระผมในเวลาคนส่วนใหญ่มักจะปล่อยผมเพลงเองโดยที่เราในขณะที่ผมของเรายังเปียกอยู่นั่นเองกระผมนายตอนกลางคืนเราไม่ไดผมของเราให้แห้งก่อน อาจจะทำให้การที่จะเป็นเชื้อรา อาจจะทำให้เคยเป็นรูขุมขนที่อุดตันและก่อให้เกิดเป็นรังแค อีกทั้งยังทำให้เส้นผมของเราบอบบางและหลุดร่วงได้ง่าย

        ทำให้เป็นหวัดและมีอาการปวดหัว ถ้าหากว่าเราสระผมในเวลาตอนกลางคืนแล้วเราไม่เป่าผมให้แห้งก่อนและนอนเลยในขณะที่ผมของเรายังเปียกและใช้วิธีในการครับผมโดยเปิดพัดลมหรือว่าเปิดแอร์ในขณะที่นอนและผมของเรายังเปียกอยู่ก็เสี่ยงที่จะเป็นไข้หวัดได้ง่ายเพราะว่าผมของเรามีอาการเปลี่ยนชิ้นอยู่และสิ่งต่อมานั้นถ้าเมื่อเราตื่นเช้ามาแล้วเรารู้สึกว่าเรามีอาการปวดหัวก็เนื่องมาจากการที่เราไม่เช็ดผมของเราแห้งในขณะที่เราหลับร่างกายและอุณหภูมิของเรานั้นมีความสูงแล้วเมื่อเจอกับผมที่เปียกจึงทำให้อุณหภูมิร่างกายของเราต่ำซึ่งสาวถ้าพี่จะทำให้เกิดอาการปวดหัวได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

สุขภาพ

ผ่าตัดกระดูกสันหลังที่คอ กดทับเส้นประสาท

คอ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งสถานที่สำคัญที่สุด แต่ว่าคนเราส่วนใหญ่มักจะไม่เกี่ยวกับ อาการปวดคอพี่จะทำให้ไปสู่ถึงโรคร้ายแรงหรืออาจจะมีหลายๆที่ชอบทำให้กระดูกของเราดังก๊อบแก๊บ หรือว่าชอบทำให้บิดคอไปมาแล้วให้กระดูกดังกร๊อบแกร๊บเพราะมีความรู้สึกว่าการที่เราทำให้กระดูกของเราดังก๊อบแก๊บแล้วจะทำให้เราหายปวดหายเมื่อยได้นั่นเอง

แต่ว่าการที่เราทำอย่างนี้เรื่องที่ผิดเพราะว่าอาจจะทำให้กระดูกของมีอาการเสื่อมหรือว่าส่วนของกดทับเส้นประสาทนั้นเองแต่ว่าบางรายก็อาจถึงขั้นรุนแรงจนไม่สามารถที่จะขยับคอไปไหนได้ ซึ่งในเราก็จะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับกระดูกสันหลังส่วนคอที่กดทับประสาท

      ส่วนมากผู้คนส่วนใหญ่จะได้ยินรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เมื่อเราได้ยินกระดูกส่วนคอทับเส้นประสาทนั้นอาจจะทำให้เรารู้สึกทำหน้างงๆ อาจจะมีใครนั้นทราบหรือไม่ว่ากระดูกสันหลังส่วนคอทับเส้นประสาทที่จะเป็นสวยไม่แพ้กันเลยเนื่องจากในแต่ละวันกระดูกส่วนคอนั้นจะมีการเคลือบมากกว่า 500 กว่าครั้งงั้นเราลองคิดดูสิว่ากระดูกเคลื่อนไหว

และใช้งานมากแค่ไหนยิ่งนั่นทำให้อาการเคลื่อนไหวงานที่เราทำอังกฤษสั่งขั้นต่ำเสี่ยงทำด้วยท่าทางที่ไม่ถูกด้วยยิ่งแล้วก้อยต้องส่งผลของกระดูกคอที่เพิ่มมากขึ้นได้นั่นเองและยิ่งถ้าเรามีอายุที่สูงมากขึ้นแล้วในบางโรคของกระดูกสันคอกดทับเส้นประสาทมีเพียงแต่จะทำให้ปวดหัวและขยับคอไม่ได้เพียงเท่านั้นแต่อาจจะทำให้แขนขาชาแถมยังไม่ค่อยมีแรงอีกด้วย

     อาการแบบไหนเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเป็นโรคกระดูกสันหลังส่วนคอทับเส้นประสาท

  • เริ่มที่จะมีอาการเกร็งและขยับหรือว่าเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้น
  • รู้สึกปวดคออาจจะมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเราขยับหรือว่าเคลื่อนไหว
  • แขนอ่อนแรงมีอาการชา
  • มีอาการปวดคอและยังทำให้ร้าวไปถึงแขนของเราอย่างนี้เป็นต้น

วิธีการสังเกตอาการหรือสัญญาณเตือนว่าเราเสี่ยงต่อการที่จะเป็นโรคกระดูกสันหลังส่วนคอกดทับเส้นประสาทนั้นก็คือ การที่เราจะหันมองหรือเลี้ยวคอมองข้างหรือแต่ของพี่ไม่ค่อยสะดวกแล้วรู้สึกปวดเกร็งไม่เจ็บ และไม่สามารถที่จะหันได้ 90 องศาถ้าเรามีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที   อย่าปล่อยทิ้งเอาไว้จนกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตและไม่สามารถที่จะมองอะไรโดยเป็นการหันตั้งแต่ก่อนนั่นเองถ้าเราปล่อยไว้ก็อาจจะเป็นการกดทับของกระดูกสันคอ ที่ทับเส้นประสาทนั่นเองนายจะทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ไม่สมบูรณ์

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

สุขภาพ

ประโยชน์ของโยเกิร์ตที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

ในวันนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับโยเกิร์ตที่เราชอบกินแต่เราจะรู้ไหมว่าการที่เรากินโยเกิร์ตมีประโยชน์อะไรบ้างเพราะว่าโยเกิร์ตไม่ได้มีดีแค่รสชาติหรือกลิ่นที่ชวนทำให้เรารู้สึกว่าอร่อย เพราะว่าในโยเกิร์ต 1 แก้วจะมีจุลินทรีย์อยู่ในนั้นที่มากมาย

และการที่เราได้กินโยเกิร์ตเป็นประจำแน่นอนว่าเราจะต้องได้รับประโยชน์อะไรจากการที่กินโยเกิร์ตและเรื่องของสุขภาพของเราเป็นอย่างดีสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าโยเกิร์ตมีดีอะไรบ้างเราจะมาบอกในหัวข้อดังต่อไปนี้

  • โยเกิร์ตช่วยในเรื่องของการลดกลิ่นปากรักษาสุขภาพเหงือกและฟัน ซึ่งแน่นอนว่าที่เราได้กล่าวมานั้นเป็นที่เราได้ทำการวิจัยออกมาแล้วว่าการที่เรารับประทานโยเกิร์ตทุกวันและติดต่อกันอย่างน้อย 6 อาทิตย์จะช่วยในเรื่องของการลดกลิ่นปากสำหรับภาพสะสมของแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากของเราโดยเราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าโยเกิร์ตนั้นมีแลคโตบาซิลลัสบังการิคัส ที่ช่วยในเรื่องของการยับยั้งและลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากแน่นอนว่าในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์มากมายที่ช่วยในเรื่องของการทำให้ที่เรามีอาการเกี่ยวกับเรื่องของเหงือกอักเสบลดลงได้อย่างเห็นได้ชัดซึ่งใครที่กำลังคิดว่าเรามีกลิ่นปากอยู่ลองกินดูนะคะเพราะไม่ได้เสียหายอะไร
  • ช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวหน้าแน่นอนว่าใครที่อยากมีผิวและใบหน้าที่สวยขาวใสการที่เรานำโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติมาใช้พอกหน้าแล้วเราก็ล้างออกซึ่งสูตรนี้มีหลายสูตรที่ได้ทำการเอาไปทดลองแล้วว่าเป็นผลได้ดีแล้วก็ทำให้เรามีใบหน้าที่สวยใสซึ่งเราได้ทำการวิจัยออกมาแล้วว่าโยเกิร์ตช่วยในเรื่องของการมาร์คหน้าและทำให้หน้าของเรามีความชุ่มชื่นสว่างใสอีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดรอยเหี่ยวย่น และการที่เราพอกหน้าก็จะช่วยให้เรามีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากอีกทางก็สะดวกสบายเหมาะสำหรับคนที่ต้องการที่จะทำให้ใบหน้าของเราเนียนใสไร้ริ้วรอยอย่างนี้เป็นต้น
  • ช่วยฟื้นฟูจากผิวที่เกิดจากรอยไหม้จากแสงแดด แน่นอนว่าสาวๆหลายๆคนที่ได้ไปเที่ยวทะเลมาแล้วใบหน้าของเราหรือว่าผิวตามร่างกายของเราเจอแดดที่ร้อนแรงและไหม้ การที่เราเอาโยเกิร์ตที่เรากินนำมาใช้ในเรื่องของการพอกหน้าจะช่วยในเรื่องของทำให้ผิวหน้าที่เราเกิดอาการรอยไหม้จากแสงแดด กลับมาช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูและปรับสภาพผิวของเราให้กลับมาขาวใสได้อย่างเดิมซึ่งเราได้ 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    หวยออนไลน์

สุขภาพ

โลกมีความหวัง วัคซีค รักษาโควิด19

ซีเอ็นบีซี สื่อใหญ่ของอเมริกา ประโคมข่าว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างกำลังเร่งมือพัฒนาวัคซีน ยา และค้นคว้าหาวิธีการรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสโควิด ซึ่งในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกล้วมากกว่า 4.7 ล้านคนภายในระยะเวลาแค่สี่เดือนกว่าๆ นับจากมีรายงานผู้ติดเชื้อคนแรกในประเทศจีน ซึ่งในระหว่างที่ยังไม่มียารักษาอย่างเป็นทางการนี้

ทางนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็กำลังยังคงคิดค้นพัฒนาวัคซีนกันต่อไป ซึ่งบริษัท โมเดอร์นา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพของอเมริกา กำลังพัฒนาวัคซีนชื่อ mRNA ร่วมกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในการทดสอบระยะที่ 1 นั้น กับคนตั้งแต่เดือนมี.ค. นั้นให้ผลที่ดีในเบื้องต้น ซึ่งผู้อาสาสมัครมีการสร้างภูมิต้านทานขึ้นในร่างกายหลังได้รับวัคซีน 2 ครั้ง

แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการทดลองในระที่สองและสามอีกในจำนวนอาสาสมัครที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทฯ ผู้ผลิตยาเองก็ได้กว่าว่าอย่างเร็วที่สุดหากวัคซีนนี้ประสบความสำเร็จก็คงจะได้เริ่มผลิตในเดือนมกราคมปีหน้า

ส่วนในด้าน บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็ได้เริ่มมีการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด มาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาและจะมีการเริ่มทดลองทางคลินิกกับมนุษย์ในเดือนกันยายนนี้ และคาดว่าจะแถลงผลได้ภายในสิ้นปี หากวัคซีนนั้นได้ผลดี ทางบริษัทฯก็จะเร่งผลิตในเดือนเมษายนปีหน้า และอีกบริษัทชื่อดังอย่าง อิโนวิโอ ฟาร์มาซูติคัล ก็กำลังเร่งวิจัยพัฒนาวัคซีนที่ชื่อ “IN)-4800” โดยได้เริ่มมีการทดลองทางคลินิกมาตั้งแต่เดือน เมษายน แล้ว และกำลังทดลองกับอาสาสมัครในมลรัฐเพนซิลวาเนียและมิสซูรี คาดว่าจะทราบผลในฤดูร้อนนี้

ส่วนยักษ์ใหญ่อย่าง ไฟเซอร์ บริษัทยารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ได้มีการจับมือกับสถาบันไบโอเอ็นเทค ของเยอรมนี วิจัยและพัฒนาวัคซีนชื่อ BNT162 โดยเริ่มทำการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด19 ในมนุษย์เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งหากประสบความสำเร็จนั้น ทางบริษัทฯ ก็ตั้งเป้าที่จะผลิตวัคซีนหลายล้านโดสในสิ้นปีนี้ 

สุดท้าย บริษัท โนวาแว๊กซ์ ก็ได้มีการประกาศแล้ว่าจะมีการพัฒนาวัคซีนต้านโควิด19 ซึ่งจะเริ่มมีการทดลองวัคซีนกับมนุษย์ในเดือน พ.ค. และคาดว่าจะทราบผลขั้นต้นในเดือนกรกฎาคมนี้ 

ซึ่งประชาชนทั่วโลกก็ได้แต่หวังว่าไม่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจากทั้งหมดนี้จะสามารถผลิตวัคซีนต่อต้านและรักษาไข้ไวรัสโควิด19 นี้ได้ เพื่ออย่างน้อยชีวิตของคนทั้งโลกใบนี้จะได้กลับมาใช้ชีวิตกันปรกติสักที ไม่ต้องมาทนใส่หน้ากากกันอีกต่อไป

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์ 4 ตัว

สุขภาพ

ห้ามให้เด็กที่เกิดใหม่กินน้ำนมผสมทองคำ

        ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวที่คุณแม่ท่านหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก แนะนำวิธีที่จะทำให้ลูกน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่โตขึ้นมาแล้วผิวพรรณ สวยงามและยังอ้างว่าจะช่วยให้วาสนาของเด็กที่เกิดมาดีอีกด้วย หากมีการนำทองคำผสมกับน้ำนม หรือผสมกับน้ำให้เด็กที่เกิดใหม่กิน ซึ่งวิธีการนี้จะสามารถทำได้จนกว่าเด็กจะอายุถึง 6 เดือนหลังจากนั้นให้หยุดกิน โดยเธอบอกว่าเธอได้มีการศึกษามาจากประเทศจีน

ซึ่งคนจีนที่เป็นกลุ่มฮ่องเต้ หรือพวก ฮองเฮาจะกินกันแบบนี้ ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์กันจนเป็นข่าวใหญ่ ทางด้านคุณหมอจากโรงพยาบาลต่างๆก็ออกมาห้ามปรามคุณแม่ๆทั้งหลายกันอุตลุตเพราะเกรงว่าจะมีคนเข้าใจผิดเลียนแบบตามจริงๆ อย่างไรก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงความเชื่อนี้กัน ว่าส่งที่คุณแม่ท่านนั้นมีการแชร์นั้นเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งเด็กแรกเกิดจนถึง หกเดือนนั้น ปกติแล้วทางโรงพยาบาลจะมีการอบรมคุณแม่หลังคลอดใหม่ๆอยู่แล้วว่าห้ามให้เด็กกินอย่างอื่น นอกจากน้ำนมของคุณแม่อย่างเดียวเท่านั้น ขนาดน้ำเปล่าคุณหมอยังไม่ให้ดื่มเลย เพราะเด็กแรกเกิดถึงหกเดือนต้องการสารอาหารจากน้ำนมเพียงเท่านั้น และน้ำนมก็มีส่วนประกอบของน้ำอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องกินน้ำเพิ่มเข้าไปนั่นเอง ส่วนเหตุผลที่ห้ามคุณแม่ๆทั้งหลายเลียนแบบด้วยการเอาทองคำใส่ลงไปในขวดนมหรือขวดน้ำแล้วให้กินไปพร้อมกับน้ำหรือนมนั้น ถึงแม้ว่าเราจะมั่นใจได้อยู่แล้วว่าสร้อยทองเหล่านั้นคงไม่ตกเข้าปากน้องอย่างแน่นอน

เพราะรูน้ำนมนั้นเล็กนิดเดียว แต่สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเด็กแรกเกิดจนถึงหกเดือนนั่นก็คือ การที่ทองคำนั้นไม่สะอาด จากการที่มีการเก็บเอาไว้ในกล่องอาจจะมีฝุ่นและสิ่งสกปรกติดอยู่โดยที่คุณแม่อาจจะไม่เห็น แล้วเมื่อนำมาใส่ในขวดนมให้เด็กกินก็จะทำให้เด็กกินนมที่สกปรกนั่นเอง และถึงแม้คุณแม่บางคนจะออกมาบอกว่ามีการนำสร้อยทองไปล้างน้ำก่อนนำมาใส่ขวดแล้ว

แต่อันตรายก็ยังเกิดกับเด็กได้อยู่ดี นั่นก็เพราะว่า สร้องทองคำที่เรานำมาใส่นั้น เป็นการผสมกับสารอื่นๆด้วย ไม่ใช่ทองคำแท้ร้อยเปอร์เซ็น ซึ่ง คุณแม่อาจจะไม่รู้ว่า ในการทำสร้อยคำทองคำจะต้องมีการนำทั้ง  ตะกั่ว ปรอทหรือแม้แต่ สารแคดเมี่ยม นำมาผสมรวมกันทำให้หล่อออกมาเป็นสร้อยคอทองคำได้ เพราะหากนำทองคำบริสุทธิ์มาทำสร้อยคออย่างเดียวทำไม่ได้

เพราะเนื้อทองจะอ่อนเกินไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามเมื่อเด็กกินนมที่มีสร้อยทองลอยอยู่ด้านในขวดเด็กก็จะได้รับสารเหล่านั้นเข้าไปด้วย ทำให้เกิดอันตรายได้ อย่างต่ำก็ท้องเสีย  แต่หากมีสารปนเปื้อนเยอะก็อาจจะมีการติดเชื้อในกระเพาะอาหารได้ และสารบางชนิดมีฤทธิ์ต่อระบบสมอง ดังนั้นควรให้เด็กกินน้ำนมแม่อย่างเดียวจะดีที่สุด 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว 4 ตัว

สุขภาพ

โรควิตกกังวล

ความวิกตกกังวลนั้นสามารถเกิดขึ้นกับคนเราได้ทุกคนแต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อมีเรื่องรบกวนจิตใจหรือมีเรื่องที่ดราจะต้องทำ เราจึงเกิดความวิตกกังวลนี้ขึ้นมา แต่ในบางครั้งก็อาจจะเกิดกับคนบางกลุ่มที่ไม่ได้มีเรื่องรบกวนจิตใจหรือเรื่องที่ต้องกังวลแต่ก็ยังแสดงอาการวิตกกังวลนี้ออกมาอย่างชัดเจน จึงเรียกอาการสำหรับคนที่เป็นอย่างนี้ว่าโรควิตกกังวลนั่นเอง

ซึ่งโรควิตกกังวลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเป็นกรรมพันธุ์หรือเป็นตั้งแต่เกิดแต่โรควิตกกังวลนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเรานั้นได้เจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เราเกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรงนั่นเอง เมื่อเจอเหตุการเหล่านี้นั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นอาการของโรควิตกกังวลนั่นเอง

โดยคนส่วนใหญ่ที่มีอาการเหล่านี้นั้นในช่วงแรกอาจจะไม่ได้มีอาการที่รุนแรง แต่ถ้าหากมีอาการแล้วยังไม่ได้รับการรักษาปรึกษาแพทย์หรือได้รับสิ่งที่เยียวยาจิตใจจากความตกใจในสิ่งที่ทำให้เราวิตกกังวลนั้น ความวิตกกังวลนี้ก็จะเกิดเป็นความวิตกกังวลแบบเรื้อรังได้นั่นเอง โดยโรควิตกกังวลนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเรานั้นรู้สึกระแวงและไม่ไว้ใจในสิ่งเหล่นั้น

ไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้าง สภานแวดล้อมต่าง เป็นต้น และเมื่อเกิดอาการเหล่านี้แล้วจากการที่เป็นเพียงการวิตกกังวลในเรื่องเล็กๆ จะรวมไปถึงการวิตกกังวลในทุกๆเรื่องของชีวิตนั่นเอง ไม่ว่าจะทำอะไรเรานั้นก็จะวิตกกังวลไปทุกเรื่องทำให้การใช้ชีวิตของเรานั้นอาจจะยากลำบากขึ้นด้วยนั่นเอง

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นได้พบกับเหตุการณ์ที่ทให้เกิดอาการวิตกกังวลอย่างรุนแรง แต่ยังไม่อยากที่จะเข้าพบแพทย์ในข้างต้นสามารถปฏิบัติตัวให้ปกติได้โดยการ ไม่คิดมากและมองโลกแน่แง่บวกเสมอ ถึงแม้เราอาจจะเพิ่มผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้เรานั้นต้องเจอกับสิ่งที่วิตกกังวลมานั่นเอง เพราะการมองโลกในแงดีและบวกนั้นจะช่วยทำให้นั้นสามารถลดความวิตกกังวลลงได้ด้วย

นอกจากนี้แล้วนั้นการอยู่ห่างจากคนประเภทเดียวกันถือเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะยิ่งถ้าหากเรานั้นอยู๋ในกลุ่มคนที่มีความวิตกกังวลเหมือนกัน ความวิตกกัวลนั้นก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวนั่นเอง

ดังนั้นแล้วถ้าหากเรามรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความกังวลกับสิ่งต่างๆรอบกาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้คน สภาพแวดล้องหรืออะไรอื่นๆที่ทำให้รู้สึกเกิดอาการเช่นนั้น เราควรที่จะเข้าพบแพทย์หรือหาสิ่งที่สามารถเยียวยาจิตใจในเรื่องที่ทำให้เราวิตกกังวล เพราะถ้าหากไม่มีการพบแพทย์และไม่มีสิ่งเยียวยา อาการวิตกกังวลนี้อาจจะเกิดเป็นโรคเรื้อรังได้ในอนาคตได้  ดังนั้นการเข้าพบแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากจะสามารถหายขาดจากโรควืตกกังวลได้แล่ว เรานั้นจะรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้มืหมอนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  กติกาการเล่นหวยมาเลย์

สุขภาพ

การดูแลสุขภาพของมารดาหลังคลอด

หน้าที่ที่สำคัญของการเป็นแม่ นอกจากให้กำเนิดบุตรแล้ว ภายหลังคลอดหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตร และการส่งเสริมให้บุตรกินนมแม่แล้ว ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างในช่วงหลังคลอดก็คือการดูแลตนเอง เนื่องจากภายหลังการคลอดแล้วสรีรวิทยาภายในร่างกายก็จะมีการปรับเปลี่ยนไป กว่าจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวได้หรือเข้าสู่ภาวะปกติคือ 6- 8 สัปดาห์ หลังคลอด

  ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของมดลูกหลังคลอด การเปลี่ยนแปลงของเต้านม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงของจิตสังคมหลังคลอด หากการดูแลตนเองหลังคลอดไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ก็จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพหรือภาะเวี่ยงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจได้ ดังนั้นการดูแลตนเองหลังคลอดที่สำคัญ ดังนี้

1.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลังคลอด เน้นอาหารที่มีโปรตีน อาหารหลักครบ 5 หมู่ เนื่องจาก หลังคลอดการต้องการสารอาหารและพลังงานของทารกมีมาก เพราะแม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือเมื่อแม่กินอะไร ลูกก็จะได้กินสิ่งนั้น และเน้นอาหารที่เพิ่มน้ำนม เช่น แกงหัวปลี น้ำขิง หากต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอแล้ว ก็จะไม่มีอาหารแสลงสำหรับแม่หลังคลอด ยกเว้นพวกเครื่องดื่มชา กาแฟ หรือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 

2.การพักผ่อนนอนหลับหลังคลอด อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง จัดสรรเวลาในการดูแลบุตร เช่น ช่วงเช้าเวลาที่ลูกนอน แม่ควรนอนพักด้วย หาคนช่วยเลี้ยงในช่วงกลางวัน 

3.การทำงานในช่วงหลังคลอด ไม่ควรยกของหนัก ให้หลีกเลี่ยงไปก่อน เนื่องจากแม่บางรายอาจมีแผลผ่าตัดทางหน้าท้อง

4.การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการมาตรวจหลังคลอด ในช่วง 6-8 สัปดาห์ หลังคลอด เนื่องจากการคลอดยังมีแผลเปิดของปากมดลูก เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรสวมถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์

5.การอยู่ไฟหลังคลอด แล้วแต่ความเชื่อของแม่แต่ละคนที่จะอยู่ไฟหรือไม่อยู่ไฟ แต่ไม่ควรอยู่ไฟในช่วง  1 สัปดาห์หลังคลอดในมารดาที่คลอดเองทางช่องคลอด เพราะแผลฝีเย็บยังไม่ดี และไหมที่ใช้เย็บอาจละลายได้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังคลอด

6.การบริหารร่างกายหลังคลอด ควรมีการบริหารร่างกายหลังคลอดทันทีที่สามารถทำได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ จะมีท่าในการบริหารเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังคลอดได้ เช่น กายบริหารที่ช่วยเลี้ยงการหายของแผลฝีเย็บ การส่งเสริมการไหลของน้ำคาวปลา กายบริหารที่ทำให้ช่องคลอดกระชับ เป็นต้น 

7.การมาตรวจหลังคลอดตามนัดในช่วง 6-8 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อประเมินการหายของแผล ฝีเย็บ การ หายของแผลที่โพรงมดลูก การประเมินการเข้าอู่ของมดลูก รวมทั้งการตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

8.หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ น้ำคาวปลามีลิ่นเหม็น หรือทารกมีความผิดปกติ สามารถมาพบแพทย์ได้ก่อนนัด 

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ ราคา