ข่าวที่น่าสนใจ

สามีหึงโหดใช้มีดเสียบหัวเมียดับเพราะกลัวปันใจให้ชายอื่น 

         เมื่อวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2563  ที่อำเภอพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรีได้มีการแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายภายในบ้านพักของตนเอง  โดยผู้เสียชีวิตนั้นเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณตี 1   จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ลงไปยังพื้นที่เกิดเหตุพบว่าผู้เสียชีวิตนั้นอาศัยอยู่กับสามีเพียงแค่สองคนเท่านั้นในบ้านหลังดังกล่าว  และเมื่อภรรยาตายสามีก็หายออกจากบ้านจึงมีการสงสัยว่าคนที่ฆ่านั้นน่าจะเป็นสามีของผู้ตายเอง

           เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบศพของหญิงสาวอายุประมาณ 34 ปีชื่อว่านางพัชรีซึ่งเป็นเจ้าของบ้านสภาพถูกแทงทั้งบริเวณหน้าอก  ซี่โครง  รวมถึงบริเวณหน้าผาก  นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่โดยลักษณะของศพนั้นเพียงแค่กางเกงยีนส์เท่านั้นด้านบนใส่แค่ยกทรงไม่ได้ใส่เสื้อ  ภายในห้องที่เกิดเหตุนั้นมีร่องรอยข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด

        จากการให้ปากคำของเพื่อนบ้านระบุว่าสามีภรรยาคู่นี้มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำเนื่องจากว่าสามีนั้นมักจะห่วงภรรยากลัวว่าจะมีผู้ชายคนใหม่  โดยในวันเกิดเหตุนั้นชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงก็ได้ยินเสียงสามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันเหมือนเดิมซึ่งได้ยินประมาณ 10 นาทีหลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงดังโวยวายอะไรและหลังจากมีการเงียบเสียงการทะเลาะกันปรากฏว่าชาวบ้านได้เห็นสามีของผู้เสียชีวิตเดินออกนอกบ้านหลังจากนั้นก็ไม่เห็นกลับเข้ามาที่บ้านอีกเลย

          อย่างไรก็ตามทางเพื่อนบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตให้กันว่าฝ่ายชายซึ่งเป็นตัวสามีนั้นมักจะดื่มเหล้าเป็นประจำอีกครั้งยังติดยาเสพติดอีกด้วยและที่สำคัญมักจะมีอารมณ์รุนแรงชอบทำร้ายทุบตีภรรยาอยู่บ่อยครั้งดังนั้นทั้งชาวบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตจึงมีความมั่นใจว่าคนที่ฆ่าผู้เสียชีวิตนั่นก็คือสามีของนางพัชรีนั้นเอง

         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยของสามีของผู้เสียชีวิตจากกล้องวงจรปิดตามบริเวณบ้านพักอาศัยต่างๆในหมู่บ้านและตามท้องถนนจนสามารถตรวจสอบได้ว่าสามีของนางพัชรีนั้นได้หลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนบ้านซึ่งห่างจากบ้านของตนเองเพียงแค่ 800 เมตรเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเชิญตัวสามีของนางพัชรีมาเพื่อทำการสอบปากคำในที่สุดก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่านางพัชรีเองจริงๆส่วนสาเหตุของการลงมือฆ่านั้นเนื่องจากหึงหวงนางพัชรีเพราะนางพัชรีนั้นเป็นคนสวยและมักมีหนุ่มๆเข้าหาอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้มากเพราะกันบ่อยๆและด้วยความหึงหวงนี่เอง จึงได้พลั้งมือใช้มีดแทงนางสาวพัชรีชนเสียชีวิต 

 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

ข่าวที่น่าสนใจ

พี่เลี้ยงโหดทำร้ายเด็กวัย 4 ขวบทั้งตาบอดและพิการอนาคตดับวูบ

          เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤศจิกายน  ปี พ.ศ.2563   สำนักข่าวช่อง 3 ได้รับการร้องเรียนจากนางกัญญา  ให้ช่วยทำข่าวเกี่ยวกับคดีหลานชายของเธอซึ่งมีอายุ 4 ขวบถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งขณะนี้อาการของเด็กวัย 4 ขวบนั้นทางร่างกายพิการรวมถึงตาบอดและตอนนี้สมองก็พิการด้วย 

           โดยนางกัญญาเล่าให้ฟังว่าเด็กชายวัย 4 ขวบที่เคราะห์ร้ายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าน้องนิวเคลียร์  ซึ่งแม่ของน้องนิวเคลียร์นั้นไม่ค่อยสนใจลูกได้มีการจ้างเพื่อนของตนเองชื่อว่านายธรรมรัตน์ให้คอยดูแลน้องนิวเคลียร์   อย่างไรก็ตามเมื่อประมาณวันที่ 19 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563   เดือนตุลาคมปีพศ2563 ได้ นายธรรมนัสได้โทรมาบอกกับครอบครัวของน้องนิวเคลียร์ว่าน้องนิวเคลียร์ประสบอุบัติเหตุ  ตอนนี้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

         และเมื่อคุณยายของน้องนิวเคลียร์รวมถึงทางด้านนางกัญญาเองเดินทางมาถึงโรงพยาบาลเพื่อสอบถามสาเหตุและดูอาการของน้องนิวเคลียร์ปรากฏว่าคุณหมอบอกว่าตามร่างกายของน้องนิวเคลียร์นั้นมีร่องรอยของการโดนทำร้ายทั้งการถูกน้ำร้อนลวกและมีบาดแผลพุพองอีกทั้งตาของน้องนิวเคลียร์ทั้งสองข้างก็บอดด้วยที่สำคัญกระดูกหักปัจจุบันน้องนิวเคลียร์กลายเป็นเด็กพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

         และเมื่อสอบถามนายธรรมนัสที่เป็นผู้ดูแลน้องนิวเคลียร์ซึ่งนายธรรมนัสยืนยันว่า  ตนเองเพียงแค่อุ้มน้องนิวเคลียร์เท่านั้นแล้วปรากฏว่าน้องหล่นจากมือตกลงพื้นหัวกระแทกพื้นพามาส่งโรงพยาบาล  ซึ่งทางญาติและคุณหมอไม่เชื่อเนื่องจากว่ามีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่งจึงได้มีการเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจจังหวัดจันทบุรี  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนนายธรรมรัตน์ก็ยอมให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายน้องนิวเคลียร์  

         โดยนายธรรมรัตน์ให้การว่าน้องนิวเคลียร์เป็นเด็กที่ดื้อมากจึงต้องมีการลงโทษเขาได้มีการสั่งให้น้องนิวเคลียร์นั้นไปอยู่ในป่าหลังจากนั้นก็ไปรับมาซึ่งระหว่างที่รับมานั้นได้อุ้มมาแล้วทำน้องนิวเคลียร์หลุดมือเพิ่มให้หัวไปกระแทกพื้น

        อย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเคลียร์ระหว่างคุณยายของน้องนิวเคลียร์กับนายธรรมรัตน์แต่ยังไม่สามารถที่จะเคลียร์กันลงตัวเนื่องจากว่านายธรรมนัสยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้เพียงแค่ สามแสนบาทเท่านั้นในขณะที่คุณยายได้มีการเรียกเงินไปเป็นจำนวนหลายล้านบาท   ส่วนแม่ของเด็กนั้นยังไม่กลับมาดูอาการของลูกของตนเองเลย

         และสาเหตุที่นางกัญญามาร้องสื่อมวลชนก็เพราะว่าหลังจากที่เกิดเรื่องราวตั้งแต่ 19 ตุลาคมจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถตกลงความเสียหายกันได้ส่วนนายธรรมนัสก็ไม่ได้ถูกตำรวจจับกุมแต่อย่างไร ทางด้านได้ของน้องนิวเคลียร์จึงเกรงว่าเรื่องนี้จะเงียบหายไปจึงต้องการให้นักข่าวของช่อง 3 มาทำข่าวเพื่อที่เรื่องนี้จะได้โด่งดังและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำงานเร็วขึ้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ข่าวที่น่าสนใจ

กระบะขับรถเบียดรถเก๋งจนรถคว่ำโชคดีบาดเจ็บเล็กน้อย

            คุณแม่อายุ 49 ปีได้ขับรถเก่งเพื่อจะพาลูกลูกไปหาซื้ออุปกรณ์การเรียนหลังจากนั้นก็จะพากันไปเที่ยวบาง แต่แต่ยังไม่ทันไปถึง พอมาถึงตรงจุดเกิดเหตุก็พบว่ามีรถกระบะขับตามหลังมาและขับเบียดบริเวณที่กั้นซึ่งจังหวะนั้นตรงบริเวณที่รถของเธอวิ่งผ่านมีหลุมอยู่ทำให้รถของเธอนั้น

ตกหลุมและเป็นสาเหตุให้รถพลิกคว่ำไปชนเสาไฟฟ้าฉันทำให้เธอและลูกทั้งสามคนที่อยู่ในรถนั้นได้รับบาดเจ็บส่วนลดกระบะคู่กรณีนั้นไม่ได้ลงมาดูทำแค่เพียงชะลอรถแล้วมองหลังจากนั้นก็ขับหนีไป 

             สำหรับเหตุการณ์ที่รถแม่กับลูกอีก 3 คนพลิกคว่ำจนได้รับบาดเจ็บนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นบริเวณริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์เป็นช่วงเข้าพัทยาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและมาดูที่เกิดเหตุพร้อมกับทำการเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุได้พบว่ามีรถกระบะพยายามขับแซงรถเก๋งคันที่ประสบอุบัติเหตุ

หลังจากนั้นรถเก๋งเมื่อถูกเบียดก็ความมีชาวบ้านพากันวิ่งไปช่วยแม่และลูกทั้งสามคนนั้นปลอดภัยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นส่วนลดกระบะคู่กรณีคันที่ขับเบียดนั้นขับรถหนีไปเลยไม่ได้ยอมลงมาดูแต่อย่างใดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามหาหลักฐานเพื่อให้ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวนั้นป้ายทะเบียนอะไร

เพื่อที่จะตามตัวผู้ที่ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเบื้องต้นทราบแล้วว่าเป็นรถกระบะคันสีขาวตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการหลบหนีและการค้นหาเลขทะเบียนรถกระบะคันดังกล่าวอยู่

           อย่างไรก็ตามครั้งนี้ถือว่าโชคดีมากที่แม่และลูกๆไม่ได้เป็นอะไรมากได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีปัญหาในเรื่องของรถที่ขับมาได้รับความเสียหายจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมซึ่งยังไม่รู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับตัวคู่กรณีได้หรือไม่ดังนั้นนี่จึงเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนว่าควรจะต้องมีความระมัดระวัง

เพราะถึงแม้ว่าเราจะระวังอย่างดีก็ตามแต่ก็ยังมีคนหลายๆคนที่ขับรถบนท้องถนนไม่ระมัดระวังและทำให้คนอื่นได้รับอันตรายจากความสะเพร่าอย่าประมาทเลินเล่อของบุคคลเหล่านั้นได้ดังนั้นการขับรถบนท้องถนนจึงไม่ควรขับรถเร็วมากนักเพื่อที่เวลาเรามีปัญหาอะไรจะสามารถควบคุมรถทำให้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลให้เราได้รับบาดเจ็บน้อยลงได้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยจับยี่กี

ข่าวที่น่าสนใจ

สั่งอาหารเดลิเวอรี่ในราคา 70 บาทแต่กับข้าวนั้นมีปริมาณน้อยมาก

เป็นเรื่องราวที่กำลังมีการแชร์กันอย่างมากในโลกออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องของการสั่งอาหารผ่านทางแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะมีการสั่งอาหารจากร้านอาหารต่างๆมากินและมักจะมีกระแสดราม่าออกมามากมายเกี่ยวกับเรื่องของบริการขนส่งเดลิเวอรี่ไม่ว่าจะมีปัญหากับร้านอาหารหรือแม้แต่ปัญหากับพนักงานขนส่งอาหารก็ตามซึ่งครั้งนี้กระแสดราม่าเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าที่สั่งอาหารให้พนักงานเดลิเวอรี่นำมา 2 นั้น

ปรากฏว่าอาหารที่สั่งมาถุงละ 10 บาทเมื่อนำมาเปิดกล่องดูพบว่ามีปริมาณน้อยมากโดยผู้โพสต์ Facebook ยังไม่มีการถ่ายรูปอาหารแต่ละอย่างที่เขาสั่งมานั้นว่ามีมากน้อยแค่ไหนซึ่งเท่าที่ดูจากรูปภาพจะเห็นได้ว่ากินแค่เพียง 2-3 คำก็หมดแล้วโดยเขาระบุว่าเขาจะมีการสั่งอาหารเดลิเวอรี่จากร้านอาหารร้านหนึ่ง

ซึ่งก็เป็นร้านอาหารธรรมดาไม่ใช่เป็นร้านอาหารโด่งดังใหญ่โตอะไรได้ราคากับข้าวนั้นถุงละ 70 บาทพอดีมีการสั่งอาหารมาทั้งหมด 3 ถุงด้วยกันซึ่งเมื่อพนักงานทำอาหารมาส่งเขาก็ต้องตกใจกับจำนวนอาหารที่อยู่ในถุงเพราะมันน้อยมากอย่างไม่น่าเชื่อว่าราคา 70 บาท

จะได้กินอาหารในปริมาณเท่านี้เลยเขายังฝากถามอีกว่าอาหารนี้เป็นอาหารของคนธรรมดากินหรืออาหารนี้จะฝากมาถวายศาลพระภูมิเพราะมันน้อยมากจริงๆเมื่อเราเปิดกินนั้นจะพบว่าเต็มที่กินได้ไม่เกิน 3 คำกับข้าว 1 อย่างก็หมดเสียแล้วและเมื่อลูกค้าดังกล่าวได้มีการเข้าไปดูรีวิวร้านอาหารนี้ภายหลังก็พบว่ามีลูกค้าจำนวนมากที่มีการเข้ามาต่อว่าร้านอาหารร้านนี้เกี่ยวกับเรื่องของปริมาณอาหารที่ให้น้อยจนเกินไปซึ่งเขายังบอกอีกว่าถ้าเขาอ่านรีวิวก่อนเขาคงไม่สั่งอาหารหลังนี้อย่างแน่นอน

            จากรูปภาพจะเห็นได้ว่าอาหารที่เหมาะสมนั้นมันไม่คุ้มค่ากับราคาที่เขาต้องเสียไปจริงๆเพราะค่าอาหาร 70 บาทเขาควรจะได้อาหารเยอะมากกว่านี้เพราะอาหารตามตลาดสดที่มีการแกงขายถุงละแค่ 25 บาทนั้นเยอะกว่า 3 ถุงรวมกันซะอีกที่สำคัญยังไม่รู้เลยว่ารสชาติอาหารจะถูกปากหรืออร่อยมากแค่ไหนและคนสั่งเองก็ยังต้องเสียค่าขนส่งอีกต่างหากทำให้การสังหารในครั้งนี้

ถือว่าไม่คุ้มเป็นอย่างมากและร้านอาหารร้านนี้ก็สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับร้านค้าออนไลน์และอื่นๆด้วยเพราะมันจะทำให้ลูกค้าที่จะสั่งอาหารเกิดความลังเลใจว่าควรจะสั่งอาหารหรือไม่เพราะกลัวว่าเมื่อสั่งไปแล้วเสียเงินเยอะแล้วแต่จะได้อาหารออกมาไม่มีคุณภาพและอาจจะได้ในปริมาณน้อยมากเกินไปซึ่งในเรื่องของการสั่งอาหารแล้วให้นำมาส่งที่บ้านนั้นมักจะมีปัญหาเรื่องของค่าอาหารแพงแต่ได้อาหารน้อยหรือแม้แต่อาหารที่รสชาติไม่อร่อยและของยังไม่ตรงปกจากที่มีการนำมาโฆษณาไว้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีซื้อหวยออนไลน์