ข่าวที่น่าสนใจ

หญิงร้องทุกข์ถูกสามีชาวอียิปต์ขโมยลูก แฉซ้ำใช้ลูกเป็นข้ออ้างเพื่ออยู่ไทย

              เมื่อวันที่ 22 เดือนเมษายนพ.ศ 2554 ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ออกมาร้องทุกข์ผ่านทางสื่อเนื่องจากว่าเธอนั้นถูกสามีมาลักพาตัวลูกสาววัย 3 ขวบของเธอไปดูหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเคยเป็นข่าวโด่งดังอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม  ปีพ.ศ 2564 ที่ผ่านมาซึ่งเรื่องราวของเธอนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีนั้น

           เนื่องจากสามีของเธอซึ่งเป็นชาวอียิปต์ได้ออกมาพบบอกเล่าเรื่องราวของตนเองผ่านทาง facebook ว่าภรรยาของเขาซึ่งมีอาการทางจิตได้มีการพาลูกหนีออกไปจากบ้านและเขากำลังติดตามเพื่อนำลูกกลับคืนมาเนื่องจากว่าเขาเกรงว่าภรรยาของเขานั้นจะทำร้ายรูปทำให้ในช่วงเดือนมกราคมเจ้าหน้าที่ได้อ่าน Facebook ของชาวอียิปต์คนดังกล่าวต่างก็พากันรู้สึกสงสารเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

       อย่างไรก็ตามพอมาวันนี้หญิงสาวคนดังกล่าวได้ออกมาร้องทุกข์ผ่านทางสื่อและมีการใช้กับสามีชาวอียิปต์ว่าที่สามีชาวอียิปต์ว่าเธอเป็นคนมีปัญหาทางจิตนั้นไม่เป็นความจริงแต่เธอกับสามีนั้นมีปัญหาทะเลาะกันมีปัญหาฟ้องร้องในการดูแลลูกซึ่งเธอนั้นไม่สามารถคนอยู่กับสามีชาวอียิปต์คนนี้ได้เนื่องจากว่านับตั้งแต่อยู่กันมานั้นสามีของเธอเป็นคนอารมณ์รุนแรงชอบตะคอกใส่

        ที่สำคัญเป็นคนมัธยัสถ์เป็นอย่างมากไม่ว่าจะไปทำธุระที่ไหนก็ไม่เคยจะพานั่งรถกับพาเดินตลอดทั้งที่บางครั้งสถานที่ปลายทางที่จะไปนั้น ใกล้ถึง 3-4 กิโลเมตรก็ต้องเดิน นอกจากนี้ลูกของเธอที่เกิดมานั้นตั้งแต่อายุ 6 เดือนจนถึง 2 ขวบก็ไม่ได้กินนมเพราะสามีของเธอเห็นว่าไม่จำเป็นให้กินเพียงแค่ฟักทองต้มและผักต้มเพียงเท่านั้นซึ่งเธอมองว่าสารอาหารที่ลูกเธอได้รับเงินไม่ครบถ้วนและเธอนั้นไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่กับสามีของเธอได้เธอจึงแอบหนีกลับมาที่หัวหินเพื่อมาอยู่กับพ่อแม่หลังจากนั้นจึงได้หาทางไปรับตัวลูกออกมา

          แต่ในตอนนี้นั้นสามีของเธอได้พบที่อยู่อาศัยของเธอแล้วและได้แอบมารับขโมยลูกของเธอไปโดยที่เธอนั้นไม่อยู่บ้านซึ่งเธอได้ทำการเช็คข้อมูลของรถที่รับจ้างพาสามีของเธอและลูกของเธอไปส่งนะว่ามีการไปส่งกันที่จังหวัดเชียงใหม่โดยเธอเกรงว่าสามีของเธอนั้นจะพาลูกหนีออกนอกประเทศอีกทั้งเธอยังบอกอีกด้วยว่าทางที่จริงแล้วสามีของเธอไม่ได้รักลูกตนเองมากนักแต่ที่ต้องการเอาลูกไปอยู่ด้วยเพราะสามีของเธอนั้นต้องการที่จะใช้ลูกเป็นตัวช่วยและเป็นข้ออ้างในการที่จะอยู่ประเทศไทยเพราะสามีของเธอนั้นไม่มี work permit รวมถึงสามีของเธอนั้นไม่ได้มีการทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งอย่างไรก็ตามหญิงสาวคนดังกล่าวได้มีการแจ้งความเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    แทงหวย

ข่าวที่น่าสนใจ

ลูกค้าหัวร้อนที่กร่างในร้านบุฟเฟ่ต์ยังไม่หยุดยังโทรมาข่มขู่ร้านซ้ำ 

          หากใคร ได้ติดตามข่าวสารในวันที่ 21 เดือนมกราคม ปี พ.ศ .2564 จะเห็นได้ว่าในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เกี่ยวกับ Facebook ของร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ร้านหนึ่งซึ่งออกมาพูดถึงลูกค้าที่ไปกินอาหารที่ร้านแล้วโชว์กร่างบังคับให้พนักงานเสิร์ฟของร้าน ต้มกินเศษอาหารที่ตนเองเททิ้งบนโต๊ะสาเหตุก็เพราะว่าไม่พอใจที่จะถูกคิดค่าปรับเนื่องจากกินอาหารเหลือ

           ซึ่งหลังจากที่เลือกเราได้ผ่านไปทางร้านได้มีการนำคลิปมาโพสต์ลงใน Social Media พร้อมทั้งขอโทษลูกค้าที่ไปใช้บริการในวันดังกล่าวและต้องเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าวอีกทั้งยังมีการอดเพิ่มเติมด้วยว่าอยากจะให้ลูกค้าที่ไปใช้บริการนั้นพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟภายในร้านเหมือนกับเป็นมนุษย์คนหนึ่ง  อย่างไรก็ตามเมื่อคลิปนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปคนในโลกโซเชียลต่างก็พากันแชร์เป็นจำนวนมากและต่างก็เข้าไปดูคลิปดังกล่าวพร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของลูกค้าเสื้อดำที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

         และหลังจากที่เรื่องราวนี้เป็นข่าวโด่งดังขึ้นมาทางร้านก็ได้มีการแจ้งความคืบหน้าลงในเฟซของร้านตนเองเพิ่มเติมอีกโดยระบุว่าเมื่อคราวนี้กลายเป็นข่าวโด่งดังปรากฏว่าชายเสื้อดำที่กร่างด่าพนักงานเสิร์ฟรวมถึงบังคับให้พนักงานกินอาหารบนโต๊ะนั้นได้มีการโทรเข้ามาที่ร้านเพื่อพูดจาข่มขู่พร้อมทั้งระบุว่าหากตนเองไปที่ร้านเมื่อไหร่จะต้องเจอพนักงานชายคนดังกล่าว ทำให้เจ้าของร้านเกิดความรู้สึกว่าลูกค้าชายคนดังกล่าวกำลังตามร้านและเด็กเสิร์ฟของร้านจึงได้มีการนำคลิปดังกล่าวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเป็นหลักฐานหากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะสามารถเอาผิดไทยคนดังกล่าวได้

        อย่างไรก็ตามเจ้าของร้านยังระบุอีกด้วยว่าชายเสื้อดำที่โทรเข้ามาอันนั้นไม่ได้มีการแสดงความรู้สึกผิดหรือต้องการที่จะขอโทษพนักงานของร้านหรือว่าเจ้าของนะแต่อย่างใดโทรมาเพียงแค่ข่มขู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นจึงทำให้ร้านนั้นจำเป็นที่จะต้องดูแลพนักงานของตนเองด้วยการไปแจ้งความทิ้งเอาไว้แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากลูกค้าคนดังกล่าวได้เห็นข่าวที่ทางร้านได้มีการโพสต์ลงใน Facebook  และอยากจะขอโทษทางร้านเองก็ยินดีที่จะรับคำขอโทษจากลูกค้าและจะไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด

       สำหรับพนักงานที่เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ที่ถูกลูกค้าบังคับให้กินอาหารที่เต็มโต๊ะนั้นกล่าวกับเจ้าหน้าที่นักข่าวที่ไปขอสัมภาษณ์ว่าเขาเองก็รู้สึกตกใจเพราะตั้งแต่ทำงานเป็นพนักงานเสริฟมาเขาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน  แต่อย่างไรก็ตามเขายืนยันว่าเขาจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่ร้านนี้ต่อไปถึงแม้จะถูกลูกค้าโทรมาข่มขู่ก็ตาม 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์

ข่าวที่น่าสนใจ

คุณยายวัย 71 ปีโดนกระชากกระเป๋า จนรถล้ม ทำให้รับบาดเจ็บ อยู่กลางถนน 

        เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดมุกดาหารซึ่งเวลาที่เกิดเหตุนั้นตรงกับวันมาฆบูชาซึ่งเป็นวันพระใหญ่โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2564 ตรงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาค่อนข้างช้ามากเพราะเป็นช่วงเวลา 06:40 น. 

           ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีคุณยายท่านหนึ่งอายุ 71 ปีกำลังขี่รถจักรยานยนต์เพื่อออกจากบ้านไปทำธุระและเมื่อผ่านมาถึงตรงบริเวณถนนนาโปบางทรายใหญ่บางทรายซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในตำบลบางทรายใหญ่   และสถานที่เกิดเหตุนั้นเกิดขึ้นตรงบริเวณหน้าวัดบางทรายใหญ่กันเลยทีเดียว

           โดยเมื่อคุณยายขับรถมาถึงบริเวณทางเข้าหน้าวัดซึ่งยังอยู่บนถนนของหมู่บ้านนั้นปรากฏว่าได้มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับรถมาประกบคู่โดยคนที่ขับรถมานั้นสวมใส่หมวกกันน็อคทำให้มองไม่เห็นใบหน้าแต่คาดว่าน่าจะเป็นผู้ชายหลังจากที่ขับรถประกอบตู้เสร็จเรียบร้อยแล้วชายคนดังกล่าวก็ยื่นมือมากระชากกระเป๋าที่มีอะไรสบายอยู่ส่งผลให้ทำคุณยายเสียหลักล้มซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ของคุณยายนั้นล้มไปเกี่ยวรถของชายคนที่กระชากกระเป๋านำให้ใช้คนดังกล่าวลดลงตามไปด้วย

        อย่างไรก็ตามแต่หลังจากที่รถล้มเสร็จเรียบร้อยแล้วคนร้ายได้หยิบกระเป๋าของคุณยายไปหลังจากนั้นก็รีบหลบหนีด้วยกันขี่รถมอเตอร์ไซค์ของตนเองหลบหนีไปโดยที่ไม่สนใจคุณยายที่รถล้มนอนได้รับบาดเจ็บอยู่ตรงบริเวณกลางถนนแม้แต่นิดเดียวซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้มีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ได้ทั้งหมด

        สำหรับในกระเป๋าคุณนายที่มีการถูกกระชากไปนั้นมีเงินสดจำนวนทั้งสิ้น 1,500 บาทและมีเอกสารต่างๆของทางราชการเพียงเท่านั้นอย่างไรก็ตามไปเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีคนนำคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาในโลกออนไลน์ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของคนในสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก

         ที่คนร้ายทำร้ายได้แม้กระทั่งคนแก่อายุ 71 ปีและที่สำคัญไม่สนใจว่าคนร้ายไม่ได้สนใจ คนที่ได้รับบาดเจ็บจากการที่ตนเองกระชากกระเป๋า  อีกทั้งยังไม่กลัวบาปกรรม ยังกล้าก่อเหตุที่หน้าวัด และ ยังเป็นวันพระอีกด้วย

        สำหรับ เหตุการณ์ในครั้งนี้  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมีการประสานงานตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเพราะนับได้ว่าเป็นคดีที่อุกอาจถึงแม้ว่าผู้บาดเจ็บนั้นจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ตามแต่ก็ถือได้ว่ามีการก่อเหตุในช่วงเวลากลางวันและก่อเหตุกับคนสูงอายุทำให้คนในหมู่บ้านนั้นต่างพากันหวาดกลัวเกิดเหตุตนเอง

 

สนับสนุนโดย.  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

ข่าวที่น่าสนใจ

พระเอกลิเกไลฟ์สด ฆ่าตัวตาย 

             เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดใจเกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2564  ซึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจครั้งนี้เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งได้มีการไลฟ์สดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของตนเองโดยใช้คนดังกล่าวนั้นจากการตรวจสอบพบว่าเขาเป็นพระเอกลิเกชื่อดังของคณะบุญส่งธงไชย  

          อย่างไรก็ตามในขณะที่มีการไลฟ์สดนั้นไม่มีใครอยู่กับเขาจึงทำให้ไม่มีใครสามารถที่จะช่วยเหลือได้ทัน ซึ่งกว่าคนจะมาช่วยเหลือพระเอกลิเกคนดังกล่าวก็ทำให้เขานั้นสิ้นใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายในครั้งนี้นั้นน่าจะเกิดจากความเครียดในสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19  

            เนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวนั้นมีอาชีพเป็นนักแสดงลิเกดังนั้นพอมีการระบาดของไวรัสและทุกเครือในประเทศมีปัญหาด้านเศรษฐกิจทำให้อาชีพลิเกนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักส่งผลทำให้ชายคนดังกล่าวนั้นมีปัญหาเรื่องของหนี้สินและการหาเงินมาใช้ในชีวิตประจำวันจึงทำให้เกิดภาวะความเครียดและในที่สุดก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย 

           สำหรับพระเอกลิเกที่ไลฟ์สดฆ่าตัวตายในครั้งนี้ชื่อว่านายชัชวาล   ซึ่งเขาได้เช่าหอพักอยู่ใกล้กับวัดสนามชัย   โดยทางภรรยาของนายชัชวาลได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าในขณะที่นายชัชวาลไลฟ์สดฆ่าตัวตายนั้นเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุเนื่องจากว่าไปรับงานแสดงอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีด้วยก่อนหน้าที่นายชัชวาลไปผูกคอตายนั้นไม่มีการส่งข้อความเรียกให้เธอกลับมาที่ห้องแต่ด้วยตัวเธอนั้นกำลังหาเงินและการแสดงอยู่จึงได้มีการเลื่อนการเดินทางกลับมาที่ห้องเราบอกนายชัชวาลว่าจะกลับมาในวันรุ่งขึ้น แต่เมื่อมาถึงก็พบว่านายชัชวาลเสียชีวิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            นอกจากนี้ภรรยาของนายชัชวาลดังได้  บอกถึงสาเหตุของการฆ่าตัวตายในครั้งนี้ว่าเกิดจากความเครียดตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสก็ไม่มีใครจ้างงานอีกเลยดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่นำเงินเก็บที่มีอยู่มาเป็นค่าใช้จ่ายจนเป็นหนี้เป็นสินมากมายซึ่งในตอนแรกนั้นนายชัชวาลก็ไม่ได้ท้อถอยยังคงพยายามหางานและที่สำคัญระหว่างที่ไม่มีงานก็มีการไลฟ์สดร้องลิเกผ่านทาง facebook 

           เพื่อหวังว่าจะมีแม่ยกที่ติดตามมีการโอนเงินมาช่วยเหลือแต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีนายกคนไหนโอนเงินมาช่วยและเมื่อนายชัชวาลใช้สิทธิ์ของประชาชนคนไทยการลงทะเบียนเราชนะเพื่อขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลให้มาช่วยเหลือปรากฏว่าการลงทะเบียนล้มเหลว  นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้นายชัชวาลเกิดความรู้สึกท้อถอย

           ซึ่งล่าสุดในชัชวาลก่อนที่จะเสียชีวิตก็ได้มีการนำชุดลิเกที่มีอยู่ทั้งหมด 2 ตัวด้วยกันมาประกาศขายเพียงแค่ตัวละ 300 บาทเท่านั้นในขณะที่มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องก็นำมาขายเพียงแค่เครื่องละ 2,500 บาทแต่นับตั้งแต่ที่มีการโพสต์ขายของมาก็ยังไม่มีใครติดต่อมาซื้อทำให้นายชัชวาลอาจจะเกิดความรู้สึกท้อถอยและเกิดอารมณ์ชั่ววูบคิดสั้นฆ่าตัวตายนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.    เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

ข่าวที่น่าสนใจ

ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายลักพาตัวเด็กได้ที่สนามหลวง

                มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการแชร์เกี่ยวกับการเข้าขอความช่วยเหลือจากคนในโลกออนไลน์ให้ช่วยติดตามหาเด็ก 2 คนซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 7 ขวบ 1 คนและเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ 1 คนโดยทั้ง 2 คนนั้นเป็นพี่น้องในเครือญาติกันซึ่งคนที่แชร์นี้ระบุว่าเมื่อคืนวันที่ 2 เดือนมกราคมปีพศ. 2564 เด็กทั้งสองคนนั้นได้ไปวิ่งเล่นอยู่แถวบริเวณด้านหลังของโลตัสสาขาสุขุมวิท 50

ซึ่งหลังจากนั้นเด็กๆก็หายตัวไปจนมารู้อีกทีประมาณ 23  :00 น ว่าเด็กยังไม่กลับบ้านทุกคนจึงออกตามหาและจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเด็กทั้งสองคนนั้นได้ติดตามผู้ชายคนนึงออกไปจากห้าง Tesco Lotus

          สำหรับเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากว่าเด็กน้อยทั้งสองคนนั้นติดตามผู้เป็นหน้าไปขายของแถวบริเวณห้าง Tesco Lotus ซอยสุขุมวิท 50 ซึ่งประมาณ 8:00 น เด็กๆทั้งสองคนได้มีการขออนุญาตผู้เป็นยายไปวิ่งเล่นบริเวณด้านหลังของห้างโลตัสหลังจากนั้นเมื่อผ่านไปเป็นระยะเวลานานแต่ผู้เป็นยายก็ไม่เห็นว่าหลานทั้งสองคนจะกลับมาหาเพราะห้างโลตัสก็ปิดแล้วจึงได้เดินทางกลับไปที่บ้านเพื่อไปสอบถามคนที่บ้านจึงได้รู้ว่าเด็กน้อยทั้งสองคนนั้นยังไม่กลับมาบ้านทุกคนในครอบครัวจึงพากันออกตามหาเด็กทั้งสองคน 

         อย่างไรก็ตามหลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่าเด็กน้อยทั้งสองคนนั้นได้ติดตามผู้ชายคนหนึ่งออกไปจากห้าง Tesco Lotus ซึ่งทางด้านผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนได้เข้าแจ้งความเด็กหายและนำข้อมูลหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบและติดตามหา และในขณะเดียวกันคนในโลกออนไลน์ก็ได้มีการติดต่อมายังครอบครัวของเด็กทั้งสองคนได้เกี่ยวกับที่อยู่ที่พบเห็นเด็กทั้งสองคนและคนร้าย

          โดยตอนแรกนั้นมีคนพบเห็นคนร้ายปาเด็กๆไปเดินอยู่แถวบริเวณท่าเรือราชนาวีสโมสร  แต่เมื่อครอบครัวของเด็กและเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็ไม่พบกับเด็กๆแล้วหลังจากนั้นไม่นานก็มีคนแจ้งเข้ามาว่าพบเห็นเด็กๆและคนร้ายอยู่อีกจุดหนึ่งซึ่งทางด้านคนในครอบครัวกำลังจะเดินทางไปก็ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหน่วยงานหนึ่งว่าขณะนี้สามารถจับกุมคนร้ายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยสามารถจับกุมคนร้ายได้แถวบริเวณสนามหลวงนั่นเอง

        เบื้องต้นจากการสอบถามกับเด็กๆพบว่าคนร้ายเข้ามาล่อลวงเด็กๆด้วยการบอกว่าจะซื้อสกูตเตอร์ให้ด้วยให้เด็กๆเดินไปเอาสกูสเตอร์ด้วยตนเองทำให้เด็กหลงเชื่อและทำให้คนร้ายสามารถลักพาตัวเด็กๆได้ในที่สุดอย่างไรก็ตามจากประวัติที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบมาพบว่าคนร้ายนั้นชื่อว่านายไชโยและที่สำคัญคนร้ายเคยติดคุกมาก่อนในคดีข้อหายาเสพติด

 

สนับสนุนโดย    ซื้อ หวยออนไลน์ รัฐบาล

ข่าวที่น่าสนใจ

วินมอเตอร์ไซค์วัย 66 ปี ใช้มีดแทง รปภ.ตัดขั้วหัวใจตายคาที่

 เมื่อวันที่ 19 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ได้เกิดเหตุการณ์วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างใช้อาวุธมีดทำร้ายรปภจนเสียชีวิตตายคาที่ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่อาคารแห่งหนึ่งโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีวินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งได้มีเหตุการณ์เฉี่ยวชนขึ้นกับรถเก๋งแถวบริเวณหน้าอาคารแห่งหนึ่งหลังจากนั้นทางวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้มีการโทรตามภรรยาซึ่งเป็นวินมอเตอร์ไซค์เช่นเดียวกันวัย 66 ปี

ให้เอาเอกสารมาให้เพื่อรอประกันมาเคลียร์ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงบริเวณทางเข้าออกหน้าอาคารพอดีทำให้รปภผู้เสียชีวิตพี่ชื่อว่านายสถาพรได้เดินออกไปบอกกับวินมอเตอร์ไซค์ทั้งคู่ว่าให้ขยับรถไปหน่อยเนื่องจากขวางทางเข้าออกแต่เกิดมีปากเสียงกันขึ้นเนื่องจากว่าทางด้านวินมอเตอร์ไซค์เอง

ถึงแม้จะอายุมากแล้วแต่ก็เป็นคนอารมณ์ร้อนเมื่อมีการโต้เถียงกันไปมาจนเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันขึ้นและมีการลงมือทำร้ายกันหลังจากนั้นวินมอเตอร์ไซค์ที่เป็นภรรยาได้มีการไปหยิบมีดจากรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองที่มีการพกพามาแทงเข้าไปที่หน้าอกของรปภทางด้านซ้ายซึ่งแผลมีความลึกเกือบ 10 cm ทำให้มีดปลายแหลมไปตัดโดนหัวใจจนเป็นสาเหตุให้รปภถึงแก่ความตายทันที

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีพยานที่เห็นเหตุการณ์หลายคนได้บอกว่านายสถาพรนั้นเพียงแค่ไปบอกให้ผู้ที่อยู่บริเวณที่ประสบอุบัติเหตุได้ขยับรถออกไปจากบริเวณทางเข้าลานจอดรถเท่านั้นแต่ก็ไม่คิดว่ารอวินมอเตอร์ไซค์ที่อายุมากแล้วจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้อนจึงเป็นสาเหตุให้ต้องมีเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดขึ้น

ผู้ร่วมงานของนายสถาพร ต่างก็พากันเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ส่วนทางด้านสองตายาย ที่ขับวินมอเตอร์ไซต์นี้ ต่างก็ยืนยันว่าผู้ที่ก่อเหตุแทงนายสถาพร นั้นไม่ผิดเพราะเป็นการแทงเพราะต้องการป้องกันตัวเท่านั้น โดยยืนยันว่านายสถาพรนั้นเริ่มลงมือก่อน  ทำให้ผู้ก่อเหตุจำเป็นต้องไปเอามีดมาแทงเพื่อป้องกันตัว

โดยสามีของผู้ก่อเหตุยืนยันว่าเมียของตัวเองนั้นเป็นคนโมโหร้ายก็จริงแต่ก็ไม่เคยทำร้ายคน ครั้งนี้ภรรยาของเขาตอ้งการที่จะเข้ามาชวยเหลือเขาที่กำลัง ถูกนายสถาพรทำร้ายเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ทางด้านผู้ก่อเหตุที่เป็นยายวัย 66 ปีถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเข้าคุกแล้ว และหากจะต้องประกันตัวจะต้องใช้เงินประกันมากถึงห้าแสนบาท ซึ่งทางด้านตาเองก็บอกว่าไม่มีเงิน หากมีเงินก็จะเอาไปประกันตัว ส่วนเรื่องจะเอาเงินมาช่วยงานศพของ รปภ. ที่เสียชีวิตนั้นคงไม่ให้

 

สนับสนุนโดย    เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

ข่าวที่น่าสนใจ

สามีหึงโหดใช้มีดเสียบหัวเมียดับเพราะกลัวปันใจให้ชายอื่น 

         เมื่อวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2563  ที่อำเภอพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรีได้มีการแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายภายในบ้านพักของตนเอง  โดยผู้เสียชีวิตนั้นเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณตี 1   จากการที่เจ้าหน้าที่ได้ลงไปยังพื้นที่เกิดเหตุพบว่าผู้เสียชีวิตนั้นอาศัยอยู่กับสามีเพียงแค่สองคนเท่านั้นในบ้านหลังดังกล่าว  และเมื่อภรรยาตายสามีก็หายออกจากบ้านจึงมีการสงสัยว่าคนที่ฆ่านั้นน่าจะเป็นสามีของผู้ตายเอง

           เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบศพของหญิงสาวอายุประมาณ 34 ปีชื่อว่านางพัชรีซึ่งเป็นเจ้าของบ้านสภาพถูกแทงทั้งบริเวณหน้าอก  ซี่โครง  รวมถึงบริเวณหน้าผาก  นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่โดยลักษณะของศพนั้นเพียงแค่กางเกงยีนส์เท่านั้นด้านบนใส่แค่ยกทรงไม่ได้ใส่เสื้อ  ภายในห้องที่เกิดเหตุนั้นมีร่องรอยข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด

        จากการให้ปากคำของเพื่อนบ้านระบุว่าสามีภรรยาคู่นี้มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำเนื่องจากว่าสามีนั้นมักจะห่วงภรรยากลัวว่าจะมีผู้ชายคนใหม่  โดยในวันเกิดเหตุนั้นชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงก็ได้ยินเสียงสามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันเหมือนเดิมซึ่งได้ยินประมาณ 10 นาทีหลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงดังโวยวายอะไรและหลังจากมีการเงียบเสียงการทะเลาะกันปรากฏว่าชาวบ้านได้เห็นสามีของผู้เสียชีวิตเดินออกนอกบ้านหลังจากนั้นก็ไม่เห็นกลับเข้ามาที่บ้านอีกเลย

          อย่างไรก็ตามทางเพื่อนบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตให้กันว่าฝ่ายชายซึ่งเป็นตัวสามีนั้นมักจะดื่มเหล้าเป็นประจำอีกครั้งยังติดยาเสพติดอีกด้วยและที่สำคัญมักจะมีอารมณ์รุนแรงชอบทำร้ายทุบตีภรรยาอยู่บ่อยครั้งดังนั้นทั้งชาวบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตจึงมีความมั่นใจว่าคนที่ฆ่าผู้เสียชีวิตนั่นก็คือสามีของนางพัชรีนั้นเอง

         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยของสามีของผู้เสียชีวิตจากกล้องวงจรปิดตามบริเวณบ้านพักอาศัยต่างๆในหมู่บ้านและตามท้องถนนจนสามารถตรวจสอบได้ว่าสามีของนางพัชรีนั้นได้หลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนบ้านซึ่งห่างจากบ้านของตนเองเพียงแค่ 800 เมตรเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเชิญตัวสามีของนางพัชรีมาเพื่อทำการสอบปากคำในที่สุดก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่านางพัชรีเองจริงๆส่วนสาเหตุของการลงมือฆ่านั้นเนื่องจากหึงหวงนางพัชรีเพราะนางพัชรีนั้นเป็นคนสวยและมักมีหนุ่มๆเข้าหาอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้มากเพราะกันบ่อยๆและด้วยความหึงหวงนี่เอง จึงได้พลั้งมือใช้มีดแทงนางสาวพัชรีชนเสียชีวิต 

 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

ข่าวที่น่าสนใจ

พี่เลี้ยงโหดทำร้ายเด็กวัย 4 ขวบทั้งตาบอดและพิการอนาคตดับวูบ

          เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤศจิกายน  ปี พ.ศ.2563   สำนักข่าวช่อง 3 ได้รับการร้องเรียนจากนางกัญญา  ให้ช่วยทำข่าวเกี่ยวกับคดีหลานชายของเธอซึ่งมีอายุ 4 ขวบถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งขณะนี้อาการของเด็กวัย 4 ขวบนั้นทางร่างกายพิการรวมถึงตาบอดและตอนนี้สมองก็พิการด้วย 

           โดยนางกัญญาเล่าให้ฟังว่าเด็กชายวัย 4 ขวบที่เคราะห์ร้ายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าน้องนิวเคลียร์  ซึ่งแม่ของน้องนิวเคลียร์นั้นไม่ค่อยสนใจลูกได้มีการจ้างเพื่อนของตนเองชื่อว่านายธรรมรัตน์ให้คอยดูแลน้องนิวเคลียร์   อย่างไรก็ตามเมื่อประมาณวันที่ 19 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563   เดือนตุลาคมปีพศ2563 ได้ นายธรรมนัสได้โทรมาบอกกับครอบครัวของน้องนิวเคลียร์ว่าน้องนิวเคลียร์ประสบอุบัติเหตุ  ตอนนี้เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

         และเมื่อคุณยายของน้องนิวเคลียร์รวมถึงทางด้านนางกัญญาเองเดินทางมาถึงโรงพยาบาลเพื่อสอบถามสาเหตุและดูอาการของน้องนิวเคลียร์ปรากฏว่าคุณหมอบอกว่าตามร่างกายของน้องนิวเคลียร์นั้นมีร่องรอยของการโดนทำร้ายทั้งการถูกน้ำร้อนลวกและมีบาดแผลพุพองอีกทั้งตาของน้องนิวเคลียร์ทั้งสองข้างก็บอดด้วยที่สำคัญกระดูกหักปัจจุบันน้องนิวเคลียร์กลายเป็นเด็กพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

         และเมื่อสอบถามนายธรรมนัสที่เป็นผู้ดูแลน้องนิวเคลียร์ซึ่งนายธรรมนัสยืนยันว่า  ตนเองเพียงแค่อุ้มน้องนิวเคลียร์เท่านั้นแล้วปรากฏว่าน้องหล่นจากมือตกลงพื้นหัวกระแทกพื้นพามาส่งโรงพยาบาล  ซึ่งทางญาติและคุณหมอไม่เชื่อเนื่องจากว่ามีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่งจึงได้มีการเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจจังหวัดจันทบุรี  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนนายธรรมรัตน์ก็ยอมให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายน้องนิวเคลียร์  

         โดยนายธรรมรัตน์ให้การว่าน้องนิวเคลียร์เป็นเด็กที่ดื้อมากจึงต้องมีการลงโทษเขาได้มีการสั่งให้น้องนิวเคลียร์นั้นไปอยู่ในป่าหลังจากนั้นก็ไปรับมาซึ่งระหว่างที่รับมานั้นได้อุ้มมาแล้วทำน้องนิวเคลียร์หลุดมือเพิ่มให้หัวไปกระแทกพื้น

        อย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเคลียร์ระหว่างคุณยายของน้องนิวเคลียร์กับนายธรรมรัตน์แต่ยังไม่สามารถที่จะเคลียร์กันลงตัวเนื่องจากว่านายธรรมนัสยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้เพียงแค่ สามแสนบาทเท่านั้นในขณะที่คุณยายได้มีการเรียกเงินไปเป็นจำนวนหลายล้านบาท   ส่วนแม่ของเด็กนั้นยังไม่กลับมาดูอาการของลูกของตนเองเลย

         และสาเหตุที่นางกัญญามาร้องสื่อมวลชนก็เพราะว่าหลังจากที่เกิดเรื่องราวตั้งแต่ 19 ตุลาคมจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถตกลงความเสียหายกันได้ส่วนนายธรรมนัสก็ไม่ได้ถูกตำรวจจับกุมแต่อย่างไร ทางด้านได้ของน้องนิวเคลียร์จึงเกรงว่าเรื่องนี้จะเงียบหายไปจึงต้องการให้นักข่าวของช่อง 3 มาทำข่าวเพื่อที่เรื่องนี้จะได้โด่งดังและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำงานเร็วขึ้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ข่าวที่น่าสนใจ

กระบะขับรถเบียดรถเก๋งจนรถคว่ำโชคดีบาดเจ็บเล็กน้อย

            คุณแม่อายุ 49 ปีได้ขับรถเก่งเพื่อจะพาลูกลูกไปหาซื้ออุปกรณ์การเรียนหลังจากนั้นก็จะพากันไปเที่ยวบาง แต่แต่ยังไม่ทันไปถึง พอมาถึงตรงจุดเกิดเหตุก็พบว่ามีรถกระบะขับตามหลังมาและขับเบียดบริเวณที่กั้นซึ่งจังหวะนั้นตรงบริเวณที่รถของเธอวิ่งผ่านมีหลุมอยู่ทำให้รถของเธอนั้น

ตกหลุมและเป็นสาเหตุให้รถพลิกคว่ำไปชนเสาไฟฟ้าฉันทำให้เธอและลูกทั้งสามคนที่อยู่ในรถนั้นได้รับบาดเจ็บส่วนลดกระบะคู่กรณีนั้นไม่ได้ลงมาดูทำแค่เพียงชะลอรถแล้วมองหลังจากนั้นก็ขับหนีไป 

             สำหรับเหตุการณ์ที่รถแม่กับลูกอีก 3 คนพลิกคว่ำจนได้รับบาดเจ็บนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุนั้นเป็นบริเวณริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์เป็นช่วงเข้าพัทยาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและมาดูที่เกิดเหตุพร้อมกับทำการเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุได้พบว่ามีรถกระบะพยายามขับแซงรถเก๋งคันที่ประสบอุบัติเหตุ

หลังจากนั้นรถเก๋งเมื่อถูกเบียดก็ความมีชาวบ้านพากันวิ่งไปช่วยแม่และลูกทั้งสามคนนั้นปลอดภัยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นส่วนลดกระบะคู่กรณีคันที่ขับเบียดนั้นขับรถหนีไปเลยไม่ได้ยอมลงมาดูแต่อย่างใดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามหาหลักฐานเพื่อให้ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวนั้นป้ายทะเบียนอะไร

เพื่อที่จะตามตัวผู้ที่ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเบื้องต้นทราบแล้วว่าเป็นรถกระบะคันสีขาวตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการหลบหนีและการค้นหาเลขทะเบียนรถกระบะคันดังกล่าวอยู่

           อย่างไรก็ตามครั้งนี้ถือว่าโชคดีมากที่แม่และลูกๆไม่ได้เป็นอะไรมากได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีปัญหาในเรื่องของรถที่ขับมาได้รับความเสียหายจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมซึ่งยังไม่รู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับตัวคู่กรณีได้หรือไม่ดังนั้นนี่จึงเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องของการใช้รถใช้ถนนว่าควรจะต้องมีความระมัดระวัง

เพราะถึงแม้ว่าเราจะระวังอย่างดีก็ตามแต่ก็ยังมีคนหลายๆคนที่ขับรถบนท้องถนนไม่ระมัดระวังและทำให้คนอื่นได้รับอันตรายจากความสะเพร่าอย่าประมาทเลินเล่อของบุคคลเหล่านั้นได้ดังนั้นการขับรถบนท้องถนนจึงไม่ควรขับรถเร็วมากนักเพื่อที่เวลาเรามีปัญหาอะไรจะสามารถควบคุมรถทำให้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลให้เราได้รับบาดเจ็บน้อยลงได้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยจับยี่กี

ข่าวที่น่าสนใจ

สั่งอาหารเดลิเวอรี่ในราคา 70 บาทแต่กับข้าวนั้นมีปริมาณน้อยมาก

เป็นเรื่องราวที่กำลังมีการแชร์กันอย่างมากในโลกออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องของการสั่งอาหารผ่านทางแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะมีการสั่งอาหารจากร้านอาหารต่างๆมากินและมักจะมีกระแสดราม่าออกมามากมายเกี่ยวกับเรื่องของบริการขนส่งเดลิเวอรี่ไม่ว่าจะมีปัญหากับร้านอาหารหรือแม้แต่ปัญหากับพนักงานขนส่งอาหารก็ตามซึ่งครั้งนี้กระแสดราม่าเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าที่สั่งอาหารให้พนักงานเดลิเวอรี่นำมา 2 นั้น

ปรากฏว่าอาหารที่สั่งมาถุงละ 10 บาทเมื่อนำมาเปิดกล่องดูพบว่ามีปริมาณน้อยมากโดยผู้โพสต์ Facebook ยังไม่มีการถ่ายรูปอาหารแต่ละอย่างที่เขาสั่งมานั้นว่ามีมากน้อยแค่ไหนซึ่งเท่าที่ดูจากรูปภาพจะเห็นได้ว่ากินแค่เพียง 2-3 คำก็หมดแล้วโดยเขาระบุว่าเขาจะมีการสั่งอาหารเดลิเวอรี่จากร้านอาหารร้านหนึ่ง

ซึ่งก็เป็นร้านอาหารธรรมดาไม่ใช่เป็นร้านอาหารโด่งดังใหญ่โตอะไรได้ราคากับข้าวนั้นถุงละ 70 บาทพอดีมีการสั่งอาหารมาทั้งหมด 3 ถุงด้วยกันซึ่งเมื่อพนักงานทำอาหารมาส่งเขาก็ต้องตกใจกับจำนวนอาหารที่อยู่ในถุงเพราะมันน้อยมากอย่างไม่น่าเชื่อว่าราคา 70 บาท

จะได้กินอาหารในปริมาณเท่านี้เลยเขายังฝากถามอีกว่าอาหารนี้เป็นอาหารของคนธรรมดากินหรืออาหารนี้จะฝากมาถวายศาลพระภูมิเพราะมันน้อยมากจริงๆเมื่อเราเปิดกินนั้นจะพบว่าเต็มที่กินได้ไม่เกิน 3 คำกับข้าว 1 อย่างก็หมดเสียแล้วและเมื่อลูกค้าดังกล่าวได้มีการเข้าไปดูรีวิวร้านอาหารนี้ภายหลังก็พบว่ามีลูกค้าจำนวนมากที่มีการเข้ามาต่อว่าร้านอาหารร้านนี้เกี่ยวกับเรื่องของปริมาณอาหารที่ให้น้อยจนเกินไปซึ่งเขายังบอกอีกว่าถ้าเขาอ่านรีวิวก่อนเขาคงไม่สั่งอาหารหลังนี้อย่างแน่นอน

            จากรูปภาพจะเห็นได้ว่าอาหารที่เหมาะสมนั้นมันไม่คุ้มค่ากับราคาที่เขาต้องเสียไปจริงๆเพราะค่าอาหาร 70 บาทเขาควรจะได้อาหารเยอะมากกว่านี้เพราะอาหารตามตลาดสดที่มีการแกงขายถุงละแค่ 25 บาทนั้นเยอะกว่า 3 ถุงรวมกันซะอีกที่สำคัญยังไม่รู้เลยว่ารสชาติอาหารจะถูกปากหรืออร่อยมากแค่ไหนและคนสั่งเองก็ยังต้องเสียค่าขนส่งอีกต่างหากทำให้การสังหารในครั้งนี้

ถือว่าไม่คุ้มเป็นอย่างมากและร้านอาหารร้านนี้ก็สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับร้านค้าออนไลน์และอื่นๆด้วยเพราะมันจะทำให้ลูกค้าที่จะสั่งอาหารเกิดความลังเลใจว่าควรจะสั่งอาหารหรือไม่เพราะกลัวว่าเมื่อสั่งไปแล้วเสียเงินเยอะแล้วแต่จะได้อาหารออกมาไม่มีคุณภาพและอาจจะได้ในปริมาณน้อยมากเกินไปซึ่งในเรื่องของการสั่งอาหารแล้วให้นำมาส่งที่บ้านนั้นมักจะมีปัญหาเรื่องของค่าอาหารแพงแต่ได้อาหารน้อยหรือแม้แต่อาหารที่รสชาติไม่อร่อยและของยังไม่ตรงปกจากที่มีการนำมาโฆษณาไว้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีซื้อหวยออนไลน์