สุขภาพ

การดูแลสุขภาพของมารดาหลังคลอด

หน้าที่ที่สำคัญของการเป็นแม่ นอกจากให้กำเนิดบุตรแล้ว ภายหลังคลอดหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตร และการส่งเสริมให้บุตรกินนมแม่แล้ว ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างในช่วงหลังคลอดก็คือการดูแลตนเอง เนื่องจากภายหลังการคลอดแล้วสรีรวิทยาภายในร่างกายก็จะมีการปรับเปลี่ยนไป กว่าจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวได้หรือเข้าสู่ภาวะปกติคือ 6- 8 สัปดาห์ หลังคลอด

  ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของมดลูกหลังคลอด การเปลี่ยนแปลงของเต้านม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงของจิตสังคมหลังคลอด หากการดูแลตนเองหลังคลอดไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ก็จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพหรือภาะเวี่ยงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจได้ ดังนั้นการดูแลตนเองหลังคลอดที่สำคัญ ดังนี้

1.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลังคลอด เน้นอาหารที่มีโปรตีน อาหารหลักครบ 5 หมู่ เนื่องจาก หลังคลอดการต้องการสารอาหารและพลังงานของทารกมีมาก เพราะแม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือเมื่อแม่กินอะไร ลูกก็จะได้กินสิ่งนั้น และเน้นอาหารที่เพิ่มน้ำนม เช่น แกงหัวปลี น้ำขิง หากต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอแล้ว ก็จะไม่มีอาหารแสลงสำหรับแม่หลังคลอด ยกเว้นพวกเครื่องดื่มชา กาแฟ หรือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 

2.การพักผ่อนนอนหลับหลังคลอด อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง จัดสรรเวลาในการดูแลบุตร เช่น ช่วงเช้าเวลาที่ลูกนอน แม่ควรนอนพักด้วย หาคนช่วยเลี้ยงในช่วงกลางวัน 

3.การทำงานในช่วงหลังคลอด ไม่ควรยกของหนัก ให้หลีกเลี่ยงไปก่อน เนื่องจากแม่บางรายอาจมีแผลผ่าตัดทางหน้าท้อง

4.การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการมาตรวจหลังคลอด ในช่วง 6-8 สัปดาห์ หลังคลอด เนื่องจากการคลอดยังมีแผลเปิดของปากมดลูก เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรสวมถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์

5.การอยู่ไฟหลังคลอด แล้วแต่ความเชื่อของแม่แต่ละคนที่จะอยู่ไฟหรือไม่อยู่ไฟ แต่ไม่ควรอยู่ไฟในช่วง  1 สัปดาห์หลังคลอดในมารดาที่คลอดเองทางช่องคลอด เพราะแผลฝีเย็บยังไม่ดี และไหมที่ใช้เย็บอาจละลายได้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังคลอด

6.การบริหารร่างกายหลังคลอด ควรมีการบริหารร่างกายหลังคลอดทันทีที่สามารถทำได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ จะมีท่าในการบริหารเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังคลอดได้ เช่น กายบริหารที่ช่วยเลี้ยงการหายของแผลฝีเย็บ การส่งเสริมการไหลของน้ำคาวปลา กายบริหารที่ทำให้ช่องคลอดกระชับ เป็นต้น 

7.การมาตรวจหลังคลอดตามนัดในช่วง 6-8 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อประเมินการหายของแผล ฝีเย็บ การ หายของแผลที่โพรงมดลูก การประเมินการเข้าอู่ของมดลูก รวมทั้งการตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

8.หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ น้ำคาวปลามีลิ่นเหม็น หรือทารกมีความผิดปกติ สามารถมาพบแพทย์ได้ก่อนนัด 

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ ราคา

สุขภาพ

การดูแลผิวดำคล้ำเสีย

สาวๆหลายคนอาจจะกำลังพบเจอปัญหายอดฮิตแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ ก็ดูแดดเมืองไทยสิ ร้อนระอุเหมือนอยู่ทะเลทรายเลยทีเดียว ขนาดดูแลผิวอย่างประคบประหงมแล้วก็ยังดำสะงั้น เผลอๆดำกว่าเดิมอีก เห็นไหมล่ะว่าแดดเมืองไทยมันร้ายแรงมากขนาดไหนกับผิวสาวๆอย่างเรา แต่ไม่ใช่สาวๆบางคนนะที่เป็นแบบนื้ เชื่อว่าส่วนมากเลยทีเดียวที่พบเจอปัญหาแบบนี้ เพียงแค่โดนไอจากแสงแดดที่ร้อนระอุนั้น ก็ทำไห้ผิวของเรานั้นคล้ำได้นะ ซึ่งเรียกว่า ดำจากการคล้ำแดดนั่นเอง สาวๆหลายคนคงเซนซิทีฟมากไม่น้อย เรามีวิธีในการดูแลผิวมาฝากสาวๆกันค่ะ ไปดูกันเลย

1.ใส่เสื้อคลุมเมื่อออกไปทำธุระข้างนอก เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะว่าใส่เสื้อคลุมเมื่อออกไปทำธุระข้างนอกนั้นก็ช่วยในระดับหนึ่งเชียวนะเพราะเสื้อมันจะไปคลุมผิวของเราทำไห้เรารู้สึกไม่ร้อนแขนเวลาขับรถหรืออยู่กลางแดดนาน ๆ

2.การใช้ครีมทาผิวที่มีสารกันแดด ข้อนี้สาว ๆ ถึงกับต้องร้องอ๋ออออ ยาวๆกันเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะคะ เพราะว่าการทาครีมที่มีสารกันแดดนั้นมันช่วยปกป้องผิวของสาว ๆเป็นอย่างยิ่งเลยนะ ยิ่งถ้าใช้สารกันแดดมี่ SPF++แล้ว ยังทำไห้ผิวป้องกันแสงแดดได้อย่างปลอดภัยอกด้วย รู้อย่างนี้แล้วสาวๆอย่าลืมพกติดตัวกันนะ มีหลายยี่ห้อไห้เลือก สนใจตัวไหนหารายละเอียดไห้ดีก่อนนะคะเพื่อความปลอดภัยต่อผิวสวย ๆของสาว ๆ

3.การขัดผิว การขัดผิวคือการนำสครับต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นสครับโยเกิร์ต สครับกาแฟ หรือสครับนมวัว มาขัดผิว ซึ่งในสครับจะเป็นเหมือนเม็ดทราย ซึ่งถ้านำมาขัดผิดนั้น ก็จะทำไห้ผิวของเราสะอาดสะอ้านน่ามองมาก ๆ ทำไห้ผิวขาวใส เนียน

4.หัวเชื้อ (สำหรับบางคนอาจไม่แนะนำไห้ใช้) การใช้หัวเชื้อเร่งขาวนั้นถ้าจะใช้ต้องเลือกยี่ห้อที่ดีมีคุณภาพ ไม่ใช่ราคาถูก เพราะจะทำผิวของสาว ๆนั้นถูกสะสมโดยสารเคมีต่าง ๆที่เป็นอันตรายต่อผิว ซึ่งข้อนี้แนะนำสำหรับคนที่อยากขาวไว แต่ขอย้ำว่า ต้องเลือกหัวเชื้อที่มีคุณภาพดี น่าเชื่อถือได้

5.อย่าปล่อยไห้ผิวแห้ง ข้อนี้สาว ๆเกือบ 80เปอร์เซ็นต์ คงปล่อยไห้ผิวแห้งกร้าน เวลาสัมผัสคงไม่นุ่มละมุน ข้อนี้คืออย่าปล่อยไห้ผิวแห้ง ไห้เพิ่มความชุ่มชื้นไห้ผิวเสมอโดยการทาครีม

เห็นไหมล่ะว่า แค่วิธีที่ไห้ไปก็อาจจะช่วยสาว ๆที่อยากมีผิวสวยไม่คล้ำแดดได้แล้ว ลองเอาไปใช้กันดูนะ เห็นผลหรือไม่เห็นผลอยู่ที่ตัวของเราเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

สุขภาพ

การเว้นช่องว่างในการเจอกัน

ช่วยกันต้านโควิด-19 ด้วยการเว้นช่องว่างในการเจอกัน ทำตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัด 

           ทุกวันนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส  โควิด-19มีการขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆจากแต่เดิมมีการติดเชื้อแค่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลแต่ปัจจุบันมีการขยายวงกว้างออกไปตามพื้นที่ต่างจังหวัดต่างๆมากมายหลายจังหวัดซึ่งข้อมูลปัจจุบันล่าสุดพบว่าประเทศไทยของเราที่มีทั้งหมด 76 จังหวัดในตอนนี้มีเพียงแค่ 2 จังหวัดเท่านั้นที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

  ซึ่งถือได้ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ไม่ใช่แค่เพียงรัฐบาลเท่านั้นที่จะต้องแก้ไขปัญหาแต่การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19เป็นปัญหาของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องมีการร่วมมือกันเพราะเพียงแค่ลำพังรัฐบาลออกนโยบายมาเท่านั้นจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้เลยค่ะ

หากประชาชนทุกคนไม่ให้ความร่วมมือซึ่งในตอนนี้เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19นั้น สามารถแพร่หากันได้ด้วยการสัมผัสของเหลวของคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วนำของเหลวนั้นเข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางปากจมูกดวงตาซึ่งของเหลวที่เราจะได้รับจากผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

ทำให้เรามีอาการนั้นก็คือของเหลวจากการไอ  จากการตาม    จากน้ำลายเป็นต้น ซึ่งของเหลวเหล่านี้เราสามารถป้องกันไม่ให้เข้าสู่ร่างกายเราได้ด้วยการไม่ไปสัมผัสดังนั้นวิธีการป้องกันเบื้องต้นจึงมีการรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลาเมื่อต้องเดินทางออกมานอกบ้านรวมถึงการล้างมือให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอและใช้เจลในการฆ่าเชื้อก่อนที่จะมีการหยิบจับสิ่งของหรือหลังจากติดกับสิ่งของแล้วควรจะล้างมืออีกครั้งหนึ่งนี่คือขั้นตอนเบื้องต้นที่ทุกคนจะต้องมีการดูแลตัวเองแต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนจะต้องทำเพิ่มเติมนั่น

ก็คือการเว้นช่องว่างในการเจอกัน  เนื่องจากคนไทยเป็นคนที่มี อัธยาศัยดีและมักจะเจอกันก็ยิ้มทักทายกันรวมถึงชักชวนกันจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ซึ่งเหตุผลนี้เองจึงทำให้ต้องมีการรณรงค์ให้เว้นช่องว่างในการเจอกัน  ซึ่งเราสามารถทำได้ง่ายๆด้วยกันงดการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆและช่วงนี้ก็ควรจะทานอาหารคนเดียวไม่ควรนั่งรวมกันเป็นกลุ่ม 

งดการเดินทางมาเรียนหนังสือแล้วเปลี่ยนเป็นการเรียนผ่านทางระบบออนไลน์แทนรวมถึงการซื้อข้าวของเครื่องใช้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคหรือแม้แต่การซื้อหนังสือไม่ควรไปในสถานที่ที่มีการจำหน่ายตรงแต่คุณสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์แทนในช่วงนี้เพื่อลดความแออัดของบุคคลที่จะไปรวมตัวกันตามสถานที่ต่างๆ

และที่สำคัญหากจำเป็นต้องออกนอกบ้านจริงๆการใช้บริการรถสาธารณะเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดเพราะจะมีการรวมตัวกันระหว่างบุคคลค่อนข้างหนาแน่นดังนั้นหากมีรถยนต์ส่วนตัวให้นำรถยนต์ส่วนตัวออกไปแทนหรือหากไม่มีแนะนำเป็นการนั่งแท็กซี่ไปก่อนชั่วคราวในช่วงนี้แต่ที่ดีที่สุดเลยแต่ยามงดออกนอกบ้านจะดีที่สุด 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

สุขภาพ

วิธีการออกกำลังกายยังไงไม่ให้เกิดอันตรายจากการต้องใส่หน้ากากอนามัย

         หลายคนเกิดความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัยในช่วงที่ต้องมีการออกกำลังกายเนื่องจากมีการเผยแพร่จากคุณหมอหลายท่านออกมาบอกว่าการที่เราใส่หน้ากากอนามัยในขณะที่เราออกกำลังกายนั้นจะทำให้ร่างกายเราได้รับอันตรายถึงขั้นอาจจะหมดสติหรืออาจจะทำให้เราเสียชีวิตลงไปก็ได้คุณหมอได้บอกถึงสาเหตุในเรื่องของอันตรายที่เกิดขึ้นว่าการที่เราใส่หน้ากากอนามัยนั้นเวลาที่เราหายใจออกมาช่วงที่เราออกกำลังกายเราจะมีการหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาซึ่งโดยปกติแล้วหากเราออกกำลังกายโดยที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเราหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา

เราก็จะมีการสูดออกซิเจนเข้าไปซึ่งตรงนี้เองจะเป็นการฟอกปอดให้อากาศในปอดได้รับความสดชื่นแต่ในตอนนี้ที่เราจำเป็นต้องมีการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาทำให้หลายคนที่คิดจะออกกำลังกายต่างก็หวาดกลัวว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยขณะที่ออกกำลังกายจะทำให้เราเป็นอันตรายได้ซึ่งคุณหมอยืนยันว่าหากใส่เป็นหน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากสำหรับใส่ในโรงพยาบาลที่คุณหมอส่วนใหญ่ใส่ในห้องผ่าตัดหรือแม้แต่ใส่หน้ากากอนามัย n95

อันนี้ถือว่าเป็นอันตรายเป็นอย่างมากเนื่องจากหน้ากากอนามัยเหล่านี้จะมีการปิดไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปได้เลยทำให้เวลาที่เราหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเวลาที่เราสูดอากาศเข้าไปก็จะมีการที่เราสูดเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปอีกเช่นเดียวกันอย่างนั้นอาจจะทำให้หลายคนเกิดภาวะช็อกและหมดสติหรือถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้คุณหมอยังแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่าหากใครก็ตามที่ต้องการจะออกกำลังกายในช่วงนี้ที่ยังคงมีการระบาดของไวรัสกรุณาอยู่นั้น

หากอยากจะออกกำลังกายและต้องการสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยควรเลือกหน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากอนามัยภาคเพราะหน้ากากอนามัยผ้านั้นจะยังมีช่องให้อากาศเข้าไปได้ทางด้านข้างจึงทำให้ระบบอากาศยังคงหมุนเวียนได้และตัวผ้านั้นมักจะมีรูเล็กๆที่สามารถให้อากาศเข้าไปได้บ้างเล็กน้อยทำให้เวลาที่เราหายใจเราจึงยังสามารถรับออกซิเจนเข้าไปในร่างกายของเราได้

         แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลานี้ที่ยังคงมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าอยู่หากมีความจำเป็นอยากจะออกกำลังกายจริงๆเราสามารถออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆได้ภายในบ้านพักของเราเองจะเป็นการดีที่สุดยังไม่ควรที่จะออกมาออกกำลังกายบริเวณที่โล่งแจ้งที่มีคนอยู่หนาแน่นเพราะมีความเสี่ยงอย่างมากที่เราอาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เช่นเดียวกัน

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

สุขภาพ

อุทาหรณ์ของคุณแม่เมื่อลูกแพ้อาหารควรใส่ใจกับข้าวที่ซื้อให้ลูกกิน

         ปัจจุบันเด็กที่เกิดใหม่มักจะมีภูมิต้านทานไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นะซึ่งบางคนก็มักจะเป็นโรคแพ้นมวัวบางคนเป็นโรคแพ้ไข่แดงหรือแพ้ไข่ขาวบางคนเป็นโรคแพ้แป้งซึ่งทหารเด็กคนไหนมีอาการแพ้ดังกล่าวแล้วก็จะมาแสดงอาการเมื่อมีการนำอาหารที่มีส่วนผสมเหล่านั้นไปให้กินโดยส่วนใหญ่แล้วการเลี้ยงดูเด็กที่มีอาการท้ายเหล่านี้

ก็มักจะต้องมีการดูแลเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของอาหารการกินโดยเฉพาะเพราะหากเมื่อมีอาการแพ้แสดงขึ้นมาอาจจะทำให้เด็กถึงแก่ความตายได้เนื่องจากอาการแพ้มีความรุนแรงระดับบางครั้งหากกินของที่แพ้ก็ไปอาจจะเป็นแค่ผื่นขึ้นตามตัวเท่านั้นหรือถ้าหากมีความรุนแรงมากๆก็อาจจะทำให้หายใจไม่ออกจนถึงแก่ชีวิตได้อุทาหรณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นกับดาราสาวคนหนึ่งที่มีลูกน้อยวัยกำลังน่ารักน่าชังเลยเธอตรวจสอบพบว่าลูกของเธอนั้นเป็นภูมิแพ้แป้งสาลีดังนั้นเวลาที่เธอซื้ออาหารส่วนใหญ่จะมีการสอบถามกับเจ้าของร้านค้าหรือคนขายทุกครั้งว่าอาหารดังกล่าวนั้น

มีส่วนผสมของแป้งสาลีหรือไม่หรือเธอจะดูสลากทุกครั้งเกี่ยวกับเรื่องของส่วนผสมว่ามีแป้งสาลีหรือไม่ก่อนที่จะนำมาให้ลูกชายของเธอกินซึ่งเหตุการณ์ที่เป็นอุทาหรณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อลูกชายของเธอชอบกินไก่ทอดเป็นชีวิตจิตใจเธอจึงเห็นว่ามีร้านค้าร้านนึงมีไก่ทอดขายหน้าตาน่ากินเธอจึงได้ทำการซื้อมาให้ลูกชายของเธอกินซึ่งก่อนที่เธอจะซื้อนั้นเธอได้มีการสอบถามกับทางเจ้าของร้านแล้วว่าไก่ทอดนั้นมีส่วนผสมของแป้งสาลีหรือไม่โดยเจ้าของร้านยืนยันเต็มที่เลยว่าไก่ของเขาไม่มีส่วนผสมของแป้งสาลีแน่นอน

เธอจึงมั่นใจและซื้อไก่กลับมาแล้วนำมาให้ลูกชายของเธอกินหลังจากที่ลูกถึงเธอกินไก่เข้าไปแค่เพียงไม่เกิน 30 นาทีเท่านั้นก็แสดงอาการแพ้ทันทีโดยมีผื่นขึ้นตามลำตัวเป็นปื้นใหญ่ๆมากมายทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากที่เธอซื้อของร้านอาหารมาให้ลูกแล้วทำให้ลูกแสดงอาการแพ้เธอจึงฝากเรื่องนี้เตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่าถึงแม้ว่าเราจะมีการระมัดระวังเป็นอย่างดีสอบถามทางเจ้าของร้านเรียบร้อยแล้วแต่บางครั้งทางเจ้าของร้านก็ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับเราซึ่งเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่เด็กจะเกิดอันตรายได้หากอาการภูมิแพ้กำเริบ

ดังนั้นหากเป็นไปได้เกี่ยวกับเรื่องของเด็กคนไหนที่มีโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับอาหารควรจะให้ผู้ปกครองทำอาหารให้เด็กทานจะดีที่สุดซึ่งเคยมีข่าวมาแล้วหลายครั้งเกี่ยวกับเด็กที่ดึงโรคภูมิแพ้อาหารเหล่านี้ที่ไปกินอาหารที่โรงเรียนแล้วไม่ได้มีการแจ้งกับทางโรงเรียนว่าบุตรหลานมีการแพ้อะไรบ้างทำให้บางครั้งได้กินอาหารที่มีสารที่ทำให้เป็นภูมิแพ้เกิดขึ้นจนเด็กเกิดอาการแพ้และเสียชีวิตในเวลาต่อมาดังนั้นสิ่งที่ผู้ปกครองควรทำก็คือพยายามดูแลเรื่องของอาหารการกินของลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ลูกลงไปกินอาหารที่มีส่วนผสมที่ลูกของเราแพ้นั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

สุขภาพ

Work from Home ยังไงไม่ให้อ้วน

ช่วงนี้โควิด-19 กำลังระบาดหนัก ทำให้หลายๆบริษัทให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้านกัน หรือ การ Work from Home 

ทำให้พนักงานออฟฟิศหลายคนต้องมาทำงานที่บ้านแทน โดยไม่ได้ออกเดินทางไปไหน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 แต่การทำงานที่บ้านนี่ละ ก็ต้องระวังนะ หากคุณทำงานไปด้วย กินไปด้วย หรือ เผลอสั่งอาหารมาตุนเยอะเกินไป คุณเองอาจจะกินเยอะขึ้นหรือกินเท่าเดิม แต่ไม่ได้มีการเผาผลาญจากการขยับร่างกายก็ได้นะ  เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูวิธีที่ Work from home ยังไงไม่ให้อ้วนกัน

1.นอนให้พอและตื่นเช้าตามปกติ

การทำงานที่บ้านทำให้คุณไม่ต้องไปเสียเวลากับการเดินทาง รถติดกว่าจะถึงที่ทำงานหรือกลับจากที่ทำงานถึงบ้านคุณ การประหยัดเวลาตรงนี้ ตัวคุณเองควรหันมานอนให้เพียงพอ นอนให้ร่างกายได้ชาร์จแบตเต็มๆ พร้อมที่จะเริ่มทำงานในวันถัดไป และควรจะตื่นเช้าตามปกติ เพื่อให้ร่างกายได้จดจำเวลาและทำให้ตัวเองไม่รู้สึกขี้เกียจจนเกินไป ซึ่งการนอนที่เพียงพอและร่างกายสดชื่นในแต่ละวัน เป็นการช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีทีเดียว

2.ขยับหรืออกกำลังกายบ้าง

ทำงานที่บ้านเรานั่งอยู่กับที่นานๆ บางทีร่างกายเราก็เมื่อยและเหนื่อยล้าเช่นกัน คุณแค่ลุกขึ้นมาขยับตัวบาง สัก 10-15 นาที เพื่อลดความตึงเครียดของร่างกาย หรือหากวันไหนคุณทำงานเสร็จในช่วงเวลาของคุณ และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางกลับบ้านอย่างที่ผ่านมา คุณก็หาเวลาออกกำลังกายเพื่อร่างกายของคุณบ้าง ดีไม่ดีกลับไปที่ออฟฟิศคราวนี้ คุณผอมลงกว่าเดิมแน่นอน

3.ทำอาหารกินเองสิ

คุณไม่ต้องสั่งอาหารจากข้างนอกหรอก เพราะบางทีการสั่งอาหารข้างนอกมากินที่บ้านทำให้คุณ อาจทำให้คุณตบะแตก เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด เพียงแค่คุณลองหันมาเตรียมอาหารและทำเองกินดูสิ อาจจะคุมปริมาณการกินได้ง่ายกว่า แถมได้เลือกอาหารดีๆเข้าร่างกายอีกด้วย และการทำอาหารกินเองทำให้คุณคุมแคลอรี่ในแต่ละมื้อได้ดีอีกด้วย  

4.ไม่ตุนขนมและน้ำหวานนะ!

ทำงานที่บ้านแล้วรู้สึกเหงาปากจัง ไม่รู้จะคุยกับใคร หาอะไรกินดีกว่า…คุณควรจะหยุดความคิด เดี๋ยวนี้ เพราะการที่เหงาและหาอะไรกิน มันเป็นที่มาของการตุนขนมและน้ำหวาน เพราะถ้าคุณเหงาปากคุณคงไม่ลุกไปทำอาหารกิน คุณคงจะหาอะไรง่ายๆเข้าปากเลย ซึ่งของเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ขนม หรือ น้ำหวาน ล้วนเป็นแหล่งของอ้วน เลิกตุนเถอะนะ มันคือแหล่งที่มาของความอ้วน!

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

สุขภาพ

การติดเชื้อเอชไอวี

หลายๆคนอาจจะมีการทราบในเรื่องนี้มากันบ้างว่าสาเหตุของการติดเชื้อหรือรับเชื้อเอชไอวีนั้น สามารถเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง อย่างที่เรารู้กันอย่างแรกคือการที่มีเพศสัมพันธ์กัน นอกจากนี้ก็อาจจะสามารถติดจากของเหลวจากช่องคลอดได้หรือจะติดทางเลือด น้ำอสุจิ จะมีความแตกต่างในการติดเชื้อหรือการรับเชื้อแตกต่างออกกันไป

แต่สาเหตุหลักๆของการติดเชื้อเอชไอวีนั้น จะเป็นดังที่กล่าวมาทั้งนั้น เราสามารถที่จะรู้ถึงความปลอดภัยในเรื่องนี้ได้ เพื่อให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีได้ เราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงในการติดเชื้อต่างๆได้เช่นกัน

อาการของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวี

ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อเอชไอวี มักจะพบในรูปแบบของการเป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีไข้ มีอาการปวดเนื้อปวดตัวบ้าง มีอาการเจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโตหรืออาจจะมีมีผื่นขึ้นตามร่างกายหรืออาการปวดหัวร่วมด้วย อาหารเหล่านี้ถือว่าเป็นอาการบ่งบอกของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวี ถ้าหากเราได้รับเชื้อ จะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำลง จะไม่ทนต่อการเจ็บป่วยหรือการมีถูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้เลย เพราะเชื้อเอชไอวีนี้ จะกินในส่วนของการทำงานมนร่างกายของเราให้เสื่อมสภาพในการทำงานต่างๆ

รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเราด้วย จึงทำให้ร่างกายของเราแย่ลงหรือทรุดลงนั่นเอง  เพราะเป็นเช่นนี้จึงทำให้ผู้ป่วยหลายๆคนมีความท้อแท้ จากการเป็นโรคเหล่านี้กันอย่างและมีความรู้สึกว่าหมดหวังในชีวิต ไม่สามารถที่จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีก เพราะร่างกายของเราไม่สามารถที่จะทำงานหลายๆอย่างได้ นอกจากรอรับการรักษาอย่างเดียว จึงทำให้รู้สึกว่าอยู่อย่างลำบาก อยู่อย่างท้อแท้มากยิ่งขึ้น เราจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยหลายๆท่านจะมีความคิดอย่างนี้ ฉะนั้นการรักษาจะต้องกำลังใจด้วย เพื่อเราจะสามารถต่อสู้กับโรคเหล่านี้ได้ด้วยดี

ฉะนั้นเราต้องควรคิดถึงตัวเองให้มากๆ เพราะวัยรุ่นปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยยึดถือประเพณีไทย ในการรักนวลสงวนตัว จึงอาจจะมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมบางอย่างก็ได้ ฉะนั้นเราต้องรู้จักการดูแลตัว การป้องกันตัวเอง จากเรื้องพวกนี้ให้เป็นอย่างนี้ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาหรือผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาที่หลังก็ได้ ในการเยน การสอน มักจะมีคำสอนในเรื่องนี้เสมอ เราต้องรู้จักการนำประโยชน์ การนำความรู้จากตรงนั้นมาใช้ให้อย่างเกิดผลประโยชน์กับตัวของเราให้มากที่สุด เพื่อที่จะมีการใช้ชีวิตประจำวันที่ดีในทุกๆวันของเรา

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สุขภาพเกี่ยวกับหู

หูเป็นสาเหตุของอาการปวดหัว

เชื่อได้ว่าหลายหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาแล้วกับคำว่า บ้านหมุนนั้นเอง แต่ก็อาจจะเข้าใจได้ว่า อาการปวดหัวเวียรศีรษะอย่างรุนแรงที่ทำให้รู้สึกเหมือนบ้านหมุนนี้ ถ้าหากได้นอนพักผ่อนและอยู่นิ่งๆ ก็จะหายไปได้แต่จริงๆ แล้ว อาการของบ้านหมุนนี้เป็นอาการเบื้องต้นของ โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ ซึ่งมันเป็นความผิดปกติในหูชั้นในนั้นเอง และใครอยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นจะพบได้ในคนทุกกลุ่ม ที่อายุตั้งแต่ 20-50 ปี ส่วนเพศของคนที่จะเป็นโรคนี้นั้นจะสัดส่วนใกล้เคียงกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง

แต่ก็จะมีคนที่เสี่ยงมากคนอื่นเหมือนกันจะมีความเสี่ยงมากกว่าปกติในกลุ่มคนที่มีโครงสร้างหูชั้นในที่ผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด สาเหตุของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนั้น คือ ในปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมถึงเกิดความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน แต่สิ่งที่กระตุ้นที่ทำให้อาการกำเริบได้นั้น

ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเกิดจาก ภาวะที่ร่างกายเหนื่อยล้า หรืออดหลับอดนอน หรือ  ภาวะเครียด หรือรวมไปถึงการติดเชื้อไวรัสในหู ไม่ว่าจะเป็นหูชั้นในอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หรือหูน้ำหนวก และความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่นั้นเอง ส่วนอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จะมีอาการ คือ อาการเวียนหัวอย่างรุนแรงและมีความรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหมุนอยู่ตลอดเวลา

และบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและเสียสมดุลในการทรงตัวของร่างกายร่วมอยู่ด้วย ส่วนอาการที่เกิดขึ้นอาจนานแค่ไม่กี่นาทีในบางราย แต่ในขณะเดียวกันบางรายอาจจะนานเป็นชั่วโมง จนทำให้ต้องอยู่นิ่งๆ จนกว่าอาการจะหายไป และนอกจากนี้ อาการของโรคนี้ยังส่งผลให้มีเสียงรบกวนในหู หูอื้อ เจ็บหูและการได้ก็จะยินลดลง ซึ่งมันทำให้เกิดอันตรายต่อการใช้ชีวิตมาก

ถ้าหากตอนนั้นผู้ป่วยเกิดทำการขับรถอยู่อาจจะทำให้การขับรถไม่มีประสิทธิภาพ และเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ เพราะโรคน้ำในหูไม่เท่ากันจะทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงและเกิดอาการภาพซ้อน ฉะนั้นใครที่มีอาการที่สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่ควรจะเดินทาง เพราะจะเกิดอันตรายได้ จะเห็นได้ว่าโรคต่างๆของหูส่งผลต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ฉะนั้นควรจะดูแลหูให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับหูได้ กล่าวได้ว่าทุกๆสาเหตุที่เกิดโรคนั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากพฤติกรรมของตัวเอราเองทั้งนั้น

 

ขอบคุณ  เครื่องช่วยฟัง  ที่ให้การสนับสนุนเรา

สุขภาพเกี่ยวกับหู

ภาวะขี้หูอุดตัน

ภาวะขี้หูอุดตัน ทุกคนล้วนมีขี้หู อย่างไรก็ตามความรู้สึกว่าขี้หูเต็มรูหู มีของเสียไหลออกมาจากหูหรือฟังอะไรไม่ค่อยได้ยินในบางครั้ง ทั้งหมดนี้อาจเป็นอาการของภาวะขี้หูอุดตัน ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดภาวะขี้หูอุดตัน คนที่ใส่หูฟังหรือที่อุดรูหูมักจะเกิดขี้หูอุดตันได้ง่าย คนที่ชอบเอาสำลีปั่นหูหรือเอาอะไรแยงรูหูมักจะเกิดขี้หูอุดตันได้ง่าย ผู้สูงอายุและคนที่เกิดความพิการทางจิตมีสิทธิเกิดการสะสมของขี้หูง่ายกว่า คนบางคนมีรูหูที่มีรูปทรงในแบบที่ทำให้ร่างกายยากที่จะขับขี้หูออกมาได้ง่ายๆ

ตามวิธีธรรมชาติ วิธีการตรวจดูว่ามีขี้หูอุดตัน

วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจก็คือการไปพบแพทย์ แต่สามารถลองตรวจด้วยตัวเองก่อนได้ อาการจะมีความรู้สึกแน่นรูหู หรือมีความรู้สึกเสมือนว่ารูหูถูกอุดตันไว้ และรู้สึกเหมือนคันในรูหู มีเสียงดังในหูหรือที่เรียกว่าหูอื้อ มีอาการปวดหูอาจสังเกตเห็นของเหลวที่ดูเหมือนขี้ผึ้งไหลออกมาจากหูที่มีขี้หูอุดตัน มีกลิ่นเหม็นจางๆ เล็ดลอดออกมาจากรูหู ถ้าปวดหูอย่างมาก มีไข้ หรือของเสียที่ไหลออกมามีหน้าตาหรือกลิ่นเหมือนน้ำหนอง ควรไปพอแพทย์เพื่อให้แน่ใจว่าหูไม่ได้ติดเชื้อ

การป้องกันการใช้อุปกรณ์อย่างสำลีปั่นหรือกิ๊บติดผม จะเป็นการดันขี้หูเข้าไป และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือปัญหาอื่น ๆ การใช้อุปกรณ์ยังอาจทำให้เยื่อแก้วหูทะลุและนำไปสู่การติดเชื้อหรือสูญเสียการได้ยิน ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกของการรักษา หากไม่สามารถเอาขี้หูออกเองได้หรือประสบปัญหาอื่น เช่น สูญเสียการได้ยิน 

ขี้หูเป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเอง จากเยื่อบุผิวช่องหูชั้นนอกที่หลุด ไขมัน สารที่ผลิตจากต่อมเหงื่อ รวมไปถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆที่ก่อตัวกันมาเป็นขี้หู ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายจะมีกลไกกำจัดขี้หูโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะในตอนเคี้ยวอาหาร หรือขยับปาก ขี้หูก็จะกระเทาะหลุดออกมาเองได้ แต่ในคนที่มีภาวะขี้หูอุดตันร่างกายอาจจะไม่สามารถกำจัดขี้หูออกไปได้เอง เนื่องจากขี้หูที่เกิดจากการอุดตันอาจแข็งตัวหรือมีขี้หูเกาะอยู่จำนวนมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการได้ยินเสียงลดลง หรืออาจถึงขั้นสูญเสียการได้ยินชั่วคราว  ซึ่งในบางรายอาจที่จะต้องพึ่ง เครื่องช่วยฟัง ไปในที่สุด

สุขภาพทั่วไป

โรคเอดส์มีการติดต่อได้ทางใดบ้าง

สำหรับการติดเชื้อนั้นสามารถติดได้จากการร่วมเพศ สำหรับในไทยระหว่างชายกับหญิงเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาก็จะเป็นกลุ่มที่ใช้สารเสพติดรวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควรก็คือเด็กที่ติดเชื้อโรคจากแม่ เพราะว่าในช่วงเวลาที่แม่ตั้งครรภ์มีการติดเชื้อโรค HIVอยู่แล้วและไม่ได้รับการฝากครรภ์หรือว่ามาฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นๆ ไม่ได้รับการป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก หรือถึงแม้ว่ามาฝากครรภ์แล้วก็มีการใช้ยาป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกก็ไม่สามารถที่จะป้องกันได้100% ซึ่งก็ยังมีโอกาสติดเชื้อจากแม่ได้

ปัจจัยและก็สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญที่ส่งผลให้เกิดโรค

การร่วมเพศโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย และก็มีเพศสัมพันธ์กับคู่รักหลายๆคนด้วยกัน แล้วก็อย่างแม่บ้าน ถึงแม้ว่าไม่ได้ไปร่วมเพศกับชายอื่นเลย แต่ว่าสามีบางทีอาจไปนำเชื้อมาให้ได้

อาการแสดงของโรคเอดส์มีกี่ระยะ อะไรบ้าง

ช่วงแรกสุดเลยก็คือ ภายหลังจากติดเชื้อโรคมาใหม่ๆ2-4 อาทิตย์ ผู้ป่วยบางส่วนที่รับเชื้อมาใหม่ๆจะมีลักษณะอาการเหมือนไข้หวัดร่วมกับมีผื่นแดงเกือบจะทั่วตัว มีเจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งโดยมากจะไม่พบผู้ป่วยตอนนี้ เนื่องจากอาการต่างๆพวกนี้จะหายไปได้เองโดยประมาณ 2-3 อาทิตย์ ผู้ป่วยบางส่วนก็จะไปซื้อยารับประทานเอง

หรือไม่ก็ไปรักษาตามคลินิก ถ้าหากไม่ได้ซักประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือผู้ป่วยไม่ได้แจ้งให้แพทย์ทราบว่าตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนจะไม่สบายก็จะไม่สามารถตรวจพบผู้ป่วยในเวลานี้ได้ ส่วนในระยะถัดไปผู้ป่วยก็จะอยู่ในระยะที่ไม่มีอาการแต่ว่าระดับของภูมิต้านทานก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ในคนไทยมีผู้ศึกษาแล้วเฉลี่ยว่าหลังจากได้รับเชื้อจนกระทั่งภูมิต้านทานต่ำจนถึงระดับอันตรายซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มีช่วงเวลาโดยประมาณ 5-6 ปี ซึ่งระยะนั้นผู้ป่วยก็จะมีโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆได้ ที่พบได้บ่อยมากก็คือวัณโรค ปอดอักเสบจากเชื้อรา แล้วก็เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา

หากสงสัยว่าได้รับเชื้อการตรวจเลือดในระยะต้นจะทราบหรือไม่

สำหรับช่วงแรกสุดหลังจากที่ได้รับเชื้อมาใหม่ๆ การตรวจโดยวิธีธรรมดาบางทีอาจตรวจไม่พบ เนื่องจากว่าเชื้อนี้มีระยะฟักตัวสำหรับในการเปลี่ยนแปลงของผลเลือดจากลบเป็นบวกเพราะฉะนั้นถ้าเกิดในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงรวมทั้งตรวจเลือดครั้งแรกเป็นลบ ก็ควรจะตรวจซ้ำในระยะเวลาต่อมา โดยปกติคนเจ็บเกือบจะทั้งหมดโดยประมาณ 95 % จะส่งผลเลือดเป็นบวกหลังจากที่ได้รับเชื้อมา เพราะฉะนั้นบางส่วนที่ตรวจก่อนหน้านั้นก็จะส่งผลเลือดเป็นลบอยู่ แล้วก็ถ้าหากติดตามไปถึงหนึ่งปีอีกทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงจะมีผลเลือดเป็นบวกอยู่ในคนที่ติดเชื้อโรค

 

สนับสนุนโดย  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม